รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระบุ สถานการณ์ยาเสพติดปัจจุบันยังคงน่าเป็นห่วง ขณะที่ไทยมีช่องทางนำเข้า 62 ช่องทางและพบว่านักค้ารายใหม่ที่มีอายุน้อยเพิ่มขึ้น

  
     นายพิทยา จินาวัฒน์ รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นประธานในการประชุมสัมมนาสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความตระหนักและปลุกกระแสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ณ กรีนเลค รีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่ รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกล่าวถึงสถานการณ์ยาเสพติดในขณะนี้ว่า สถานการณ์นอกประเทศ การปลูกฝิ่นในพม่าและลาว ในภาพรวมลดลง แต่พบว่ามีการปลูกฝิ่นในรัฐฉานตอนใต้พื้นที่ติดกับจังหวัดแม่ฮ่องสอนและเชียงรายเพิ่มขึ้น มีการผลิตเฮโรอีน ยาบ้า อยู่ในสหภาพพม่า แต่จำนวนแหล่ผลิตลดลง มีแนวโน้มการผลิตยาไอซ์สูงขึ้น ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีการผลิตกัญชาเป็นหลัก กลุ่มที่ผลิต และค้ายาเสพติดสำคัญคือว้า จีนฮ่อ โกกั้ง ลีซอ ไทยใหญ่ กะเหรี่ยง DKBA และ KNU ด้านตรงข้ามจังหวัดตาก โดยมีกลุ่มนักค้า ในพม่า จีน และลาว มีความสัมพันธ์กัน มีพื้นที่พักยานอกประเทศในพม่า 38 แห่ง และในลาว 10 แห่ง เส้นทางลำเลียงจากแหล่งผลิตสำคัญในพม่าคือเข้าทางภาคเหนือตอนบน และด้านจังหวัดตาก จังหวัดกาญจนบุรี และลำเลียงเข้าลาวย้อนกลับเข้าไทย และลงไปกัมพูชาเพื่อส่งออกต่างประเทศ ประเทศไทยมีช่องทางนำเข้า 62 ช่องทางจาก 170 ช่องทางในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนคือเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่านและพะเยา โดยกลุ่มผู้ลำเลียงคือพม่า ลาว ชาวเขาและคนไทยภาคอื่น และกลุ่มนักค้าที่เคลื่อนไหวส่วนใหญ่เป็นรายใหม่ที่มีอายุน้อยลง ขณะนี้ในประเทศไทยมีผู้ใช้ ผู้ติดยาเสพติดเหลืออยู่กว่า 2,400 คน โดยรัฐบาลได้สั่งการให้ 28 จังหวัดที่มีปัญหายาเสพติดรุนแรงจัดทำแผนเร่งรัดในช่วง 3 เดือน สำหรับภาคเหนือมีจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน โดยให้จังหวัดจัดหาสถานที่บังคับบำบัด และฝึกอาชีให้แก่ผู้เคยติดยา โดยรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ 10 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนกองทัพในการปฏิบัติงานป้องกัน ปราบปรามยาเสพติด ด้านพันตำรวจโทสุนทร จันทรางกูล รองผู้กำกับสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียง กล่าวว่าขณะนี้ยาเสพติดเริ่มกลับเข้ามาแพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นเช่นเดิม โดยเฉพาะตามสถานศึกษาต่าง ๆ ซึ่งการจับกุมเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ดังนั้นขอให้เน้นการป้องกันจะได้ผลกว่า
 
, อ่าน 1218  

 ข่าวโดย   ธนวรรณ ชุมแสง สวท.เชียงใหม่