สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงานหม่อนไหมโลกครั้งที่ 22

  
    สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงานหม่อนไหมโลกครั้งที่ 22 ที่จังหวัดเชียงใหม่
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่งถึงท่าอากาศยานทหารกองบิน 41 เชียงใหม่ โดยมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำคณะข้าราชการและประชาชนถวายการต้อนรับ โดยมีนักเรียนจากวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ กว่า 200 คน แปรรูปอักษรทรงพระเจริญและตราสัญลักษณ์ ส.ก. เมื่อเสด็จพระราชดำเนินลงจากเครื่องบินพระที่นั่ง พร้อมฟ้อนถวาย
หลังจากนั้นได้เสด็จพระราชดำเนินโดยรถพระที่นั่งไปยังโรงแรมเซ็นทาราดวงตะวัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานประชุมวิชาการหม่อนไหมโลก ครั้งที่ 22 งานดังกล่าวจัดภายใต้แนวคิด ไหมสายใยแห่งชีวิต (World of Silk....Silk for the Better Life) มีตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วม 13 ประเทศ เปิดโอกาสให้นักวิจัย นักวิชาการและผู้เกี่ยวข้องด้านหม่อนไหม ทั้งภาครัฐและเอกชนของไทยได้แลกเปลี่ยนความรู้กับนักวิชาการและนักวิจัยนานาชาติ ภายในงานมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านหม่อนไหม เผยแพร่เอกลักษณ์และศิลปวัฒนธรรมด้านไหมไทยให้เป็นที่ประจักษ์ การจำหน่ายผ้าไหมและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากหม่อนและไหม รวมทั้งการนำเสนอผลงานทางวิชาการจากนักวิชาการทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านหม่อนไหมของประเทศในอนาคต คณะกรรมาธิการหม่อนไหมระหว่างประเทศได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลหลุยส์ปาสเตอร์แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถที่ทรงศึกษาพัฒนา ส่งเสริมสนับสนุนผ้าไหมไทยซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เมื่อปี 2545 ยังความชื่นชมในพระอัจฉริยภาพแก่ประชาชนในประเทศและนานาประเทศเป็นอย่างยิ่ง โดยปีนี้คณะกรรมาธิการหม่อนไหมระหว่างประเทศได้คัดเลือกนักวิจัยและนักวิชาการจำนวน 2 ราย คือ นายคาซุเอะอิ มิตะ จากประเทศญี่ปุ่น และนายฮาดิเคเร กัลละปะ บาชาวาราจา จากประเทศอินเดีย เป็นผู้ได้รับรางวัลหลุยส์ปาสเตอร์ประจำปีพุทธศักราช 2554
สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริให้พัฒนาอนุรักษ์ผ้าไหมไทย เพื่อแก้ปัญหาความยากจนให้ประชาชนตามชนบท ซึ่งมีความโดดเด่นเรื่องความเป็นประกายของเส้นไหมและลวดลายที่มีเอกลักษณ์อ่อนช้อยเฉพาะตัว ต่างจากประเทศอื่น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทาน ตราสัญลักษณ์ "นกยูงพระราชทาน" มาเป็นตรารับรองมาตรฐานผ้าไหมไทยในระดับต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจต่อผู้ซื้อ มีอยู่ 4 ตราสำหรับผ้าไหม 4 ประเภทตามคุณภาพ คือ นกยูงสีทอง นกยูงสีเงิน นกยูงสีน้ำเงิน และนกยูงสีเขียว ทั้งหมดต้องใช้เส้นไหมแท้เป็นส่วนประกอบหลัก และต้องผลิตในประเทศไทยเท่านั้น
 
16 ธันวาคม 2554 , 17:34 น. , อ่าน 1198  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท.เชียงใหม่