จังหวัดเชียงใหม่เตือนประชาชนระวังภัยธรรมชาติในช่วงฤดูร้อนปีนี้

  
     จังหวัดเชียงใหม่แจ้งเตือนประชาชนระวังภัยธรรมชาติในช่วงฤดูร้อน ปี 2555 จะเริ่มขึ้นตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ และสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคมนี้
นายชูชาติ กีฬาแปง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ได้มีประกาศเตือนภัยธรรมชาติในช่วงฤดูร้อนของภาคเหนือ ปี 2555 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ เป็นต้นไป จังหวัดเชียงใหม่ได้เตรียมการป้องกันภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นโดยมอบหมายให้ทุกอำเภอแจ้งเตือนประชาชน และ เกษตรกร โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติดังกล่าว เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ วางแผนป้องกัน และระวังภัยธรรมชาติ ซึ่งจะทำความเสียหายแก่ชีวิต ทรัพย์สิน สิ่งปลูกสร้างและพืชผลทางการเกษตรในช่วงฤดูร้อน ปี 2555 หากเกิดสถานการณ์ภัยธรรมชาติขึ้นในพื้นที่ก็ให้รายงานสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือให้จังหวัดทราบโดยเร็ว ทางโทรศัพท์หมายเลข 0-5321-3872 และ 0-5321-3551 จนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือคาดการณ์สภาพอากาศในช่วงฤดูร้อนปีนี้ว่า จะมีอากาศร้อนและมีฟ้าหลัว (หมอกแดด) ในตอนกลางวัน ระยะที่มีอากาศร้อนจัดส่วนมากจะอยู่ในช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน บางช่วงจะมีฝนตกลงมาทำให้คลายความร้อนลงไปบ้าง ปีนี้ภาคเหนือจะมีอุณหภูมิสูงสุด ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยแต่สูงกว่าปี 2554 และมีปริมาณฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยแต่ต่ำกว่าปี 2554 ฤดูร้อนปีนี้จะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม จากนั้นจะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน ภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนของภาคเหนือปีนี้ ได้แก่ พายุฤดูร้อน จะเกิดขึ้นได้บางวันในเดือนมีนาคม และ เมษายน ซึ่งเป็นพายุฝนฟ้าคะนอง พายุลมแรง และ อาจเกิดลูกเห็บตกลงมา ซึ่งจะทำความเสียหายแก่ชีวิต ทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้าง ตลอดจนพืชผลทางการเกษตรได้ จึงควรติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ดูแลสิ่งปลูกสร้างให้แข็งแรง ตัดแต่งกิ่งไม้ ค้ำยันต้นไม้ที่ไม่มีรากแก้ว ปลูกไม้ยืนต้นทำแนวกันลม นอกจากนั้นยังเกิดสภาวะความแห้งแล้ง ซึ่งคาดว่าปีนี้อากาศร้อนกว่าปีที่ผ่านมา และปริมาณฝนจะน้อยกว่าปีที่แล้ว ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการอุปโภค บริโภค และการใช้น้ำเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยแล้งซ้ำซาก และ อยู่นอกเขตชลประทาน สำหรับปีนี้ความแห้งแล้งในภาคเหนืออาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ จึงควรใช้น้ำอย่างประหยัดและวางแผนการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากอากาศร้อนและแห้งจะเอื้ออำนวยต่อการเกิดอัคคีภัย ตลอดจนไฟป่าได้ง่าย จะสร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้างและยากต่อการควบคุม จึงควรดูแลดับฟืนไฟทุกครั้ง จัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยงภัย ยกเลิกการเผาวัสดุในที่โล่งแจ้งทุกชนิด ลดฝุ่นจากการก่อสร้าง ตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้ดีไม่ปล่อยควันดำ ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพ มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งปอดสูง รวมทั้งทำให้สูญเสียเศรษฐกิจการท่องเที่ยว นอกจากนั้น ในห้วงฤดูร้อนในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม พายุไซโคลนในทะเลอันดามัน อาจเคลื่อนตัวเข้าใกล้ด้านตะวันตกของภาค ทำให้มีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่มได้ จึงควรซักซ้อมอพยพและติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด
 
11 กุมภาพันธ์ 2555 , 18:07 น. , อ่าน 1192  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่