“สภากาแฟเวียงเจ็ดลิน” พร้อมผลักดันให้เกิดการพัฒนาโบราณสถานเวียงเจ็ดลิน

  
     “สภากาแฟเวียงเจ็ดลิน” พร้อมผลักดันให้เกิดการพัฒนาโบราณสถานเวียงเจ็ดลิน ล่าสุด มีการเปิดเผยข้อมูลกำแพงชั้นนอกเวียง เป็นกำแพงหินอายุกว่าหมื่นปี
นางสาวอิศรา กันแตง อาจารย์สาขาสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ภาคพายัพ เชียงใหม่ เปิดเผยถึงแผนการดำเนินการบูรณะเวียงเจ็ดลิน โดยกลุ่ม สภากาแฟเวียงเจ็ดลิน ซึ่งมีองค์กรร่วมกว่า 30 องค์กร ที่เป็นพันธมิตรร่วมกัน เช่น สวนสัตว์เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ภาคพายัพ เชียงใหม่ ปศุสัตว์เชียงใหม่ สวนรุกขชาติ ส่วนจัดการต้นน้ำ โดยกล่าวว่า เวียงเจ็ดลินมีเรื่องราวมากมาย ตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ เคยมีผู้ศึกษาแต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน เวียงเจ็ดลินมีลักษณะเด่น คือ มีลักษณะพื้นที่เป็นรูปทรงกลมเรขาคณิต ในตำนาน เป็นเมืองที่ใช้ประทับพักผ่อน และเป็นแหล่งปะทะกับข้าศึก เวียงเจ็ดลินเป็นเมืองเก่าที่คนเชียงใหม่บางส่วนไม่รู้จัก กำแพงเมืองหลายแห่ง มีการรื้อถอน คูน้ำไม่ได้รับการดูแล ด้วยสาเหตุเหล่านี้ จึงเกิดการรวมกลุ่มกันเพื่อผลักดันให้เกิดการบูรณะอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อครั้ง ครม.สัญจร ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการให้นำเรื่องนี้เข้ากระทรวงวัฒนธรรม ที่จะขอฟื้นฟูและอนุรักษ์เวียงเจ็ดลิน โดยแบ่งแผนงานออกเป็น 3 เรื่อง ได้แก่ เรื่ององค์ความรู้ เพื่อให้ได้ข้อสรุปจากทุกมิติ จากนั้น เผยแพร่ในทุกช่องทาง ทั้งสื่อสาธารณะ สื่อเว็บไซต์ หรือศูนย์การเรียนรู้เวียงเจ็ดลิน แผนที่ 2 เรื่องศิลปวัฒนธรรม ประกอบด้วย เรื่องมนุษยวิทยา ชนชาติพันธุ์ เครื่องมือเครื่องใช้ วัด ล่าสุด มีการค้นพบวัดหมูบุ่นร้าง และเริ่มเป็นที่รู้จัก และแผนที่ 3 ด้านกายภาพ กำลังผลักดันให้เกิดการขุดลอกในพื้นที่เพื่อให้เห็นเป็นรูปทรงกลม ทั้งบริเวณสำคัญ ได้แก่ พื้นที่ขุนหลวงวิลังคะ บริเวณที่มีตาน้ำผุดที่เป็นศูนย์กลางของเวียงเจ็ดลิน ในอนาคตจะมีการบูรณาการด้านการท่องเที่ยวเชิงโบราณคดี และเปิดให้เป็นพื้นที่สาธารณะมากที่สุด
ขณะที่นายพูนทรัพย์ วงศาศุกลปักษ์ นักวิชาการอิสระ ได้นำเสนอเกี่ยวกับการค้นพบประวัติศาสตร์กำแพงเมืองรอบนอกซึ่งสร้างด้วยหิน ที่คาดว่าจะมีอายุกว่าหมื่นปี เป็นลักษณะกำแพงที่ไม่มีประตูเข้าออก และสอดคล้องกับหลักฐานจารึกดินเหนียวลัวะเจ็ดลินที่เขียนบอกถึงเส้นผ่าศูนย์กลางของแนววงกลมทั้งวงในและวงนอก ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่การค้นหาประวัติศาสตร์เมืองเจ็ดลินต่อไป
 
12 กุมภาพันธ์ 2555 , 19:21 น. , อ่าน 1161  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่