ฝุ่นละอองขนาดเล็กในเชียงใหม่ยังไม่เกินมาตรฐาน ฟ้าหลัวเนื่องจากภาวะโอโซนเกินลำพูน แพร่และพะเยาวิกฤติแล้ว

  
     ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในเชียงใหม่ยังไม่เกินมาตรฐาน แต่ปรากฏการณ์ฟ้าหลัวเนื่องจากภาวะโอโซนเกิน ขณะที่ภาคเหนือลำพูน แพร่และพะเยาวิกฤติแล้ว
ท้องฟ้าเหนือเชียงใหม่ มีหมอกควันไฟปกคลุมหนาทึบ มองจากตัวเมืองเชียงใหม่ไม่เห็นวัดพระธาตุดอยสุเทพ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องหาอุปกรณ์ป้องกัน โดยค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือค่า PM10 ที่ศาลากลางจังหวัด 104 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย 88 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังไม่เกินกว่าค่ามาตรฐานที่ 120 ขณะที่ภาคเหนือจังหวัดลำพูนมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐานสูงสุด 124.67 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รองลงมาคือจังหวัดแพร่ซึ่งเกินมาตรฐานเป็นปีแรกที่ 123.22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และจังหวัดพะเยา 121 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร นายอภิวัฒน์ คุนารักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 1 กล่าวว่า ปรากฏการณ์ฟ้าหลัวที่สังเกตได้ในเมืองเชียงใหม่ ไม่ได้มาจากค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน แต่เป็นค่าโอโซนที่เกินมาตรฐาน จากค่ามาตรฐานที่ตั้งไว้ 100 PBB ขณะนี้เชียงใหม่มีค่าโอโซน 128.5 ซึ่งภาวะโอโซนเกินไม่ได้อยู่ในภาคพื้นดิน เนื่องจากโอโซนจะลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ทำปฏิกิริยากับแสงแดดเกิดการหักเหของแสงทำให้เกิดปรากฏการณ์ฟ้าหลัว ซึ่งภาวะโอโซนเกินจะไม่อันตราย เหมือนภาวะค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐานเนื่องจากฝุ่นละอองจะลอยตกลงมาสู่พื้นดินและมนุษย์สูดดมเข้าไป ส่วนโอโซนดังกล่าวจะลอยขึ้นฟ้า แต่ก็จะมีผลต่อภาวะเรือนกระจก
แม้ว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เชียงใหม่ยังไม่เกินมาตรฐานแต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ประชาชนต้องงดเผาในที่โล่งทุกชนิด รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นแอ่งกระทะ ทั้งนี้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2554 จนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 เกิดไฟป่าในพื้นที่เชียงใหม่แล้ว 144 ครั้ง พื้นที่ป่าเสียหาย 947 ไร่ ส่วน ใหญ่เกิในพื้นที่อำเภอฮอด แม่แจ่ม ดอยเต่า จังหวัดลำพูนเกิดไฟป่า 86 ครั้ง พื้นที่ป่าเสียหาย 405 ไร่ ขอความร่วมมือชาวบ้านงดการเผาทุกชนิด
 
15 กุมภาพันธ์ 2555 , 17:55 น. , อ่าน 1176  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่