โอนคดีกรณียาแก้ไอที่มีส่วนประกอบของสารซูโดอีเฟรดีนหายจากโรงพยาบาลดอยหล่อและโรงพยาบาลฮอดให้ DSI ล่าสุดแจ้งความดำเนินคดีหัวหน้าเภสัชกรดอยหล่อแล้ว

  
     รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ระบุ วันที่ 26 มีนาคมนี้ จะมีการโอนคดีกรณียาแก้ไอที่มีส่วนประกอบของสารซูโดอีเฟรดีนหายจากโรงพยาบาลดอยหล่อและโรงพยาบาลฮอดให้ DSI ล่าสุดแจ้งความดำเนินคดีหัวหน้าเภสัชกรดอยหล่อแล้ว
พลตำรวจตรีชำนาญ รวดเร็ว รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีการตรวจพบซองเปล่าของยาแก้ไข้ที่มีส่วนประกอบของสารซูโดอีเฟรดีนหลายแสนเม็ดและมีส่วนเชื่อมโยงกับการหายไปของยาดังกล่าวกว่า 5 หมื่นเม็ดในโรงพยาบาลฮอดและอีกกว่า 6 หมื่นเม็ดในโรงพยาบาลดอยหล่อ ซึ่งล่าสุดตำรวจภูธรภาค 5 และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 ได้ร่วมประชุมที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติมาตรา 8 คดีสมคบ ทั้งนี้กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ได้รับคำสั่งจากผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้เข้าตรวจสอบคดีดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลดอยหล่อ พบความผิดปกติหัวหน้าเภสัชกรสั่งจ่ายยาเอง ซึ่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลดอยหล่อ ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจภูธรดอยหล่อแล้ว
ในวันจันทร์ที่ 26 มีนาคมนี้ จะมีการโอนคดีดังกล่าวไปเป็นคดีพิเศษให้แก่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขณะเดียวกันสำหรับหลายโรงพยาบาลที่ยังไม่ได้เข้าตรวจสอบนั้น ต้องรอข้อมูลจากองค์การอาหารและยาหรือ อย.หากมีความผิดปกติ ตำรวจก็จะเข้าตรวจสอบ ซึ่งมีการประสานการทำงานในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงสาธารณสุข
 
22 มีนาคม 2555 , 17:47 น. , อ่าน 1175  

 ข่าวโดย   ธนวันต์-กนกรัตน์ สวท.เชียงใหม่