รายงานพิเศษ โครงการผลิตก๊าซ CBG เพื่อการคมนาคมแห่งแรกในประเทศไทย

  
     รายงานพิเศษ โครงการผลิตก๊าซ CBG เพื่อการคมนาคมแห่งแรกในประเทศไทย เกิดขึ้นที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นพลังงานทดแทนที่สำคัญในอนาคต
จากสถานการณ์ด้านพลังงานและภาวะอากาศของโลก ปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้อุณหภูมิของโลกร้อนขึ้นทุกปี สถานการณ์ราคาพลังงานและความต้องการใช้พลังงานในโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกประเทศต้องทบทวนการใช้พลังงานที่ใช้แล้วหมดไป ได้แก่ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน พร้อมทั้งเพิ่มสัดส่วนการผลิตและใช้พลังงานทดแทนที่ได้จากทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่ควบคู่กับการรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้เล็งเห็นปัญหาและตระหนักถึงภาระหน้าที่ จึงกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ กำกับดูแลกิจการพลังงานการอนุรักษ์พลังงาน การพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด จัดทำแผนพลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทน 10 ปี โดยก๊าซชีวภาพเป็นพลังงานประเภทหนึ่ง ที่สามารถนำมาใช้เป็นรูปแบบพลังงานไฟฟ้า พลังงานความร้อน และผลิตเป็นก๊าซ CBG ใช้ในยานยนต์ได้ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ในฐานะที่มีบทบาทหลักในการพัฒนาพลังงานทดแทน ได้รับงบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน ดำเนินโครงการพัฒนาก๊าซชีวภาพจากฟาร์มสุกรเพื่อการคมนาคม ให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ศึกษาเทคโนโลยี ความเหมาะสมด้านเทคนิค และการคุ้มทุนทางเศรษฐศาสตร์ อีกทั้งประเมินผลกระทบของเครื่องยนต์ในการใช้งานจริง ซึ่งทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้คัดเลือก บริษัท นิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอนด์ เคมิคัลส์ จำกัด(มหาชน) ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่แตง เข้าร่วมโครงการ เนื่องจาก การมีศักยภาพ และเชี่ยวชาญการปรับปรุงคุณภาพก๊าซชีวภาพ สำหรับการผลิต CBG ใช้วัตถุดิบ 2 ส่วน ได้แก่ มูลสุกรทั้งหมด มีประมาณ 10-12 ตันต่อวัน จากสุกร ประมาณ 35,000 ตัว ของ บริษัท มงคล แอนด์ ซัน ฟาร์ม จำกัด อำเภอแม่แตง ผสมกับน้ำทิ้งจากฟาร์มสุกร ประมาณ 200 ลบ.ม. ต่อวัน และหญ้าหมัก อายุ 30-45 วัน ประมาณ 20-23 ตันต่อวัน
ก๊าซชีวภาพที่ได้ จะถูกปรับปรุงคุณภาพโดยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ และนำความชื้นออกจนมีปริมาณก๊าซมีเทนเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 90 การทดสอบคุณภาพของก๊าซ CBG ใช้มาตรการฐานของกรมธุรกิจพลังงาน มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ และบรรจุลงถังที่แรงดัน 250 บาร์ ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ โครงการดังกล่าว คาดว่า จะสามารถผลิตก๊าซ CBG ได้ 6 ตันต่อวัน เติมรถยนต์ขนาดเล็กได้ 500 คันต่อวัน หรือเติมรถขนส่งขนาดใหญ่ได้ 40 คันต่อวัน ทดแทนการนำเข้าน้ำมันดีเซลได้ปีละ 2.2 ล้านลิตร ลดการใช้ก๊าซหุงต้ม(LPG) ได้ปีละประมาณ 1.6 ล้านกิโลกรัม โดยจัดส่งให้ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) จำหน่ายเป็นโครงการนำร่องให้กับรถยนต์ในจังหวัดเชียงใหม่
ก๊าซชีวภาพ ถือเป็นพลังงานบนดิน ที่สามารถผลิตได้โดยใช้เวลาอันสั้น ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ลดมลภาวะ น้ำเสีย อากาศเสีย ลดกลิ่น และแมลงวัน ช่วยให้โรงงาน ผู้ประกอบการอยู่ร่วมกับชุมชนได้ ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เสริมจากการปลูกพืชพลังงาน ก่อให้เกิดการลงทุนด้านพลังงานในประเทศ ลดการสูญเสียเงินตราในการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ โครงการนี้ นับเป็นก้าวแรก และครั้งแรกของประเทศไทย ในการพัฒนาพลังงานก๊าซชีวภาพ เป็นพลังงานทดแทน CBG เพื่อใช้ในรถยนต์ โดยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชนและชุมชนภาคเกษตร
 
28 กุมภาพันธ์ 2556 , 17:11 น. , อ่าน 1218  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่