ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยระบุเศรษฐกิจไทยยังโตต่อเนื่อง แต่มีปัจจัยเสี่ยง 3 ประการที่ต้องจับตา

  
     ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยระบุเศรษฐกิจไทยยังโตต่อเนื่อง แต่มีปัจจัยเสี่ยง 3 ประการที่ต้องจับตาคือเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน การเติบโตของสินเชื่อภาคเอกชนและเงินทุนไหลเข้าที่เร่งตัว
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ปาฐกถาพิเศษเรื่องโอกาสเศรษฐกิจไทย พัฒนาแนวรับ ปรับแนวรุก บุกเอเชีย ณ อาคารเอนกประสงค์ ธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ โดยกล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างเข้มแข็ง และฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วหลังมหาอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 และคาดว่าจะเติบโตได้ต่อเนื่องในปีนี้ โดยปี 2555 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจไทย หลังจากเหตุอุทกภัยที่ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อห่วงโซ่การผลิต การลงทุน การบริโภคและความเชื่อมั่นโดยรวม และมีการปรับอัตราดอกเบี้ยหลายครั้งเพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยคาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี การใช้จ่ายภายในประเทศยังขยายตัวต่อเนื่อง รวมทั้งปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจเช่น รายได้ภาคครัวเรือน ความเชื่อมั่นภาคเอกชน และภาวะการเงินที่ยังอยู่ในระดับที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ระบบธนาคารพาณิชย์ยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนผลกำไรและมาตรการดูแลความเสี่ยงที่ได้มาตรฐาน อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล ส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง นโยบายรถคันแรก และการปรับโครงสร้างภาษีรายได้บุคคลธรรมดาบางส่วนก็น่าจะช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายภายในประเทศเพิ่มเติมอีกทางหนึ่ง โดยมีความเสี่ยง 3 ประการที่ต้องจับตาคือเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน การเติบโตของสินเชื่อภาคเอกชนโดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่เริ่มเห็นสัญญาณความร้อนแรงอันอาจจะก่อให้เกิดภาวะฟองสบู่และอาจลุกลงามเป็นวิกฤติทางเศรษฐกิจได้ในระยะต่อไป และเงินทุนไหลเข้าที่เร่งขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามภาวะความเสี่ยงดังกล่าวยังไม่ส่งอันตรายต่อระบบ เป็นเพียงสัญญาณเป็นจุดๆ มากกว่าทั้งระบบ
สำหรับความเสี่ยงทั้งสามต้องดูประกอบกัน โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้จัดคณะทำงานเฝ้าสังเกตการณ์ ทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่กระตุ้นให้กู้โดยโฆษณาเกินจริง การไหลข้าวของทุนต่างประเทศ เป็นต้น
 
1 มีนาคม 2556 , 16:52 น. , อ่าน 1161  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่