เกษตรกรภาคเหนือจากหลายจังหวัดในภาคเหนือ รวมตัวชุมนุมที่ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่เรียกร้องขอพบนายกรัฐมนตรี ขอให้โอนหนี้ ธกส.มาเป็นหนี้กองทุนฟื้นฟู

  
     เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจากหลายจังหวัดในภาคเหนือ ประมาณพันคนรวมตัวกันที่ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่เรียกร้องขอพบนายกรัฐมนตรี ขอให้โอนหนี้ ธกส.มาเป็นหนี้กองทุนฟื้นฟู
เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรภาคเหนือจากหลายจังหวัดในภาคเหนือ ประมาณพันคนรวมตัวกันที่ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่พร้อมตั้งเต็นท์มากางพักค้างแรมเพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลงมาเจรจาเพื่อหาข้อยุติข้อเรียกร้องของทางกลุ่ม โดยนายรังสรรค์ แสนสองแคว รองประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดลำพูนกล่าวว่า ข้อเรียกร้องของทางกลุ่มต้องการให้มีการปรับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553 โดยให้ย้ายหนี้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯที่ขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร กรณีลูกหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส.มาไว้ที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูทุกราย ทุกบัญชี ซึ่งทั่วประเทศมีประมาณ 270,000 ราย มูลหนี้กว่า 7 หมื่นล้านบาท ให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณแก่กองทุนฟื้นฟูฯ เพื่อชำระหนี้แทนแก่เกษตรกรจำนวนร้อยละ 50 ของเงินต้นคงค้างทั้งหมด ทุกราย ทุกบัญชีคืนแก่ ธกส.ให้ ธกส.โอนหนี้สินและทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกันนำมาไว้ที่กองทุนฟื้นฟูฯ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูฯ ไม่เกินร้อยละ 50 เพื่อจ่ายหนี้คงเหลือให้ ธกส.ภายในระยะเวลา 20 ปี ให้รัฐบาลนำประกาศกฎกระทรวงการคลังมาตรา 262 มาบังคับใช้จำหน่ายหนี้สูญให้แก่เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูที่ตายและทุพพลภาพ ให้คณะรัฐมนตรีสนับสนุนงบประมาณในการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรแก่เกษตรกรที่ได้รับการชำระหนี้แทนตามพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ให้มีการกระจายอำนาจในการจัดการหนี้และฟื้นฟูพัฒนาอาชีพเกษตรกรมาสู่คณะอนุกรรมการระดับจังหวัด โดยทางกลุ่มต้องการเจรจากับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เท่านั้น หากไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ ทางกลุ่มจะเคลื่อนไหวกดดันต่อไป
ทางกลุ่มปักหลักพักค้างแรมที่ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่และยืนยันจะปักหลักชุมนุมจนกว่าจะได้รับคำตอบที่พอใจ โดยกล่าวว่าจะมีผู้ที่เดินทางมาร่วมชุมนุมประมาณ 3 พันคน
 
1 เมษายน 2556 , 20:35 น. , อ่าน 1241  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่