กรมสุขภาพจิต แนะ สื่อสารผ่านออนไลน์ สัญญาณฆ่าตัวตายวัยรุ่นไทย ที่ทุกคนช่วยได้

  
     กรมสุขภาพจิต แจ้งว่า พบมีผู้เสพสื่อออนไลน์มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่ทุกคนช่วยแก้ไขได้
แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร ปฏิบัติหน้าที่รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในปี 2550 – 2554 ประเทศไทยมีวัยรุ่นที่ฆ่าตัวตายสำเร็จ เฉลี่ย 170 คนต่อปี ปี 2554 พบ วัยรุ่นไทยอายุระหว่าง 15-19 ปี มีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จ อยู่ที่ 3.43 ต่อประชากรแสนคน วัยรุ่นชายฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่าวัยรุ่นหญิงเป็น 3 เท่า วิธีการฆ่าตัวตาย เป็นวิธีการเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ คือ การผูกคอตาย มากถึงร้อยละ 75.29 รองลงมา คือ การกินยาฆ่าแมลง ร้อยละ 16.47 ทั้งนี้ การฆ่าตัวตายจะมีลักษณะกะทันหัน เมื่อต้องประสบภาวะวิกฤตมากกว่ามาจากปัญหาสุขภาพจิตที่มีอยู่แล้ว เช่น ปัญหาการเรียน สัมพันธภาพ นอกจากนี้ สัญญาณเตือนหรือสัญญาณอันตรายที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ มีการสั่งเสียหรือการเขียนจดหมายลาตาย การตัดพ้อต่อว่า รู้สึกสิ้นหวัง มีประวัติทำร้ายตนเอง พยายามฆ่าตัวตายมาก่อน หรือ มีปัญหาสุขภาพจิตที่มีลักษณะขี้กังวล ซึมเศร้า ท้อแท้ เบื่อหน่าย ซึ่งหากมีหลายๆ อาการ ถือว่าเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ทางที่ดีที่สุดคือ ให้เข้าถึงบริการสุขภาพจิตอย่างรวดเร็ว
สำหรับ กรณีของการใช้เทคโนโลยีหรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ในการให้สัญญาณการฆ่าตัวตายนั้น ปัจจุบัน พบว่า แทบทุกคนสามารถเข้าถึงสื่อออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยเฉพาะวัยรุ่นและวัยทำงาน ที่พบว่ามีอัตราการฆ่าตัวตายสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อหลายคนเสพสื่อออนไลน์มากขึ้น ทำให้ลืมสังคมจริงๆ รอบตัว ขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ขาดความเป็นธรรมชาติของคน เพราะมีเพียงตัวอักษร ไม่มีโอกาสได้ยินเสียง หรือเห็นภาษาท่าทางที่สามารถบ่งบอกได้ถึงความรู้สึกลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในแต่ละคนได้ ดังนั้น ญาติหรือผู้ใกล้ชิด เมื่อพบสัญญาณให้รีบเข้าไปพูดคุยและช่วยเหลือทันที เพียงประโยคหรือความคิดเห็นที่ดีจะสามารถช่วยได้ และเมื่อคนคนหนึ่งคิดจะฆ่าตัวตาย ภายใน 24 ชั่วโมง จะเป็นช่วงวิกฤติที่สุด ซึ่งถ้าสามารถยับยั้งให้ผ่าน 24 ชั่วโมงไปได้ ความต้องการจะฆ่าตัวตายก็จะค่อยๆ ลดลง ทั้งนี้ ควรหยุดการส่งต่อภาพซ้ำๆ ในโลกออนไลน์ ที่อาจกระตุ้นอารมณ์ ความรู้สึกของคนที่อยู่ในภาวะไม่พร้อมให้เกิดการตัดสินใจเลียนแบบ หากไม่สบายใจ วิตกกังวลหรือเครียดกับปัญหาชีวิต ควรหาเพื่อนปรึกษาพูดคุยระบาย ช่วยกันคิดแก้ปัญหา ไม่เก็บปัญหาไว้คนเดียว ซึ่งสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือหากพบว่าตนเองอยู่ในภาวะเครียดรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ หรือขอรับบริการได้ที่โรงพยาบาลจิตเวช สังกัดกรมสุขภาพจิตทั่วประเทศ
 
5 พฤษภาคม 2556 , 12:29 น. , อ่าน 1214  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่