สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ สามารถสร้างระบบก๊าซชีวภาพให้กับฟาร์มปศุสัตว์ทั่วประเทศ เพื่อผลิตพลังงานทดแทน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,300 ล้านบาท

  
     ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ สามารถสร้างระบบก๊าซชีวภาพให้กับฟาร์มปศุสัตว์ทั่วประเทศ เพื่อผลิตพลังงานทดแทน และนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบพลังงานต่างๆ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,300 ล้านบาท
รองศาสตราย์ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงผลความสำเร็จของสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ ในการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ให้กับฟาร์มปศุสัตว์ทั่วประเทศ จำนวน 1,062 แห่ง ในการนำเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพที่วิจัย คิดค้นและออกแบบโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มาใช้ในการสร้างระบบก๊าซชีวภาพให้กับฟาร์มปศุสัตว์ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อผลิตพลังงานทดแทน และนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบพลังงานต่างๆ โดยเฉพาะการผลิตพลังงานไฟฟ้า สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 170 เมกะวัตต์ ปริมาณก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้กว่า 676 ล้านลูกบาศก์เมตร และปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้กว่า 946 ล้านหน่วย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,300 ล้านบาท นอกจากนั้น สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ ยังประสบความสำเร็จในการนำพลังงานก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้นำไปอัดลงในถัง LPG เพื่อใช้ทดแทนการใช้ก๊าซหุงต้มในภาคครัวเรือนได้ด้วย ทั้งคุณภาพ CBG ที่สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ ผลิตได้นำไปใช้เติมในรถยนต์ที่สมัครเข้าร่วมโครงการเติม CBG จากสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ ฟรี เป็นระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา รถยังวิ่งได้ดี ไม่มีปัญหากับเครื่องยนต์แต่อย่างใด
พลังงานก๊าซชีวภาพ เป็นพลังงานทดแทนที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์และใช้ทดแทนพลังงานต่างๆ ในประเทศได้อย่างมากมายมหาศาล เป็นพลังงานทดแทนที่เป็นพลังงานสะอาด สามารถแก้ไขและรักษาสิ่งแวดล้อมได้ด้วย รวมทั้งเป็นพลังงานที่ยั่งยืน เพราะวัตถุดิบเป็นของเสีย หรือของเหลือใช้ทางการเกษตรในประเทศ อีกทั้งยังใช้เทคโนโลยีในประเทศที่ไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และสามารถผลิตพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ขึ้นกับดินฟ้าอากาศ ทั้งนี้ สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ ถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการผลักดันให้ประเทศมีพลังงานทดแทนใช้ ตามแผนและเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และเพื่อให้คนไทยทุกคนมีพลังงานใช้อย่างยั่งยืนต่อไป
 
6 พฤษภาคม 2556 , 13:36 น. , อ่าน 1207  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่