ชาวไทลื้อเตรียมจัดพิธีถอนขึด เรือนไทลื้อแม่อุ้ยตุด หลังถูกใช้เป็นฉากถ่ายภาพชายเปลือย

  
     ชาวไทลื้อเตรียมจัดพิธีถอนขึด เรือนไทลื้อแม่อุ้ยตุด หลังถูกใช้เป็นฉากถ่ายภาพชายเปลือย ขณะที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว คาดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ จะทราบผล
ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ศุภชัย เชื้อรัตนพงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายอนุชิต ชัยถา ผู้ประสานงานสมาคมไทยลื้อจังหวัดเชียงใหม่ และนายนที ธีระโรจนพงษ์ แกนนำกลุ่มเชียงใหม่อารยะ ได้ร่วมกันทำพิธีสักการะผีบ้านผีเรือนประจำเรือนไทลื้อของแม่อุ้ยตุด ใบสุขันธ์ ที่ตั้งอยู่ภายในสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการใช้เป็นฉากในการถ่ายภาพที่มีลักษณะส่อไปในทางอนาจารและถูกเผยแพร่ออกไปทางเครือข่ายสังคมออนไลน์จนกระทั่งเป็นข่าวในสื่อต่างๆ ช่วงที่ผ่านมา โดยมีนางอุพิมพ์ แก้วประภา ซึ่งเป็นหลานแท้ๆ ของแม่อุ้ยตุด ใบสุขันธ์ เจ้าของเรือนไทลื้อหลังดังกล่าวร่วมในพิธีด้วย
ผู้ประสานงานสมาคมไทยลื้อจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า หลังจากที่มีภาพชายเปลือยที่ส่อไปในลักษณะอนาจารที่มีเรือนไทลื้อเป็นฉากปรากฏตามสื่อต่างๆ ได้สร้างความไม่สบายใจให้กับลูกหลานชาวไทลื้ออย่างมาก เนื่องจาก เห็นว่าการระทำในลักษณะดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมต่อเรือนไทลื้อที่เป็นเรือนโบราณและมีผีบ้านผีเรือนที่คนไทลื้อเคารพ อีกทั้ง ยังเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ โดยหลังจากนี้กลุ่มลูกหลานไทลื้อจะได้เตรียมการเพื่อทำพิธีปัดกวาดและถอนขึดเอาสิ่งที่ไม่เป็นมงคลออกไปจากเรือนไทลื้อ เบื้องต้น หารือกันภายในกลุ่มว่าจะทำพิธีในวันที่ 13 พฤษภาคม 2556 หรืออาจเป็นวันที่ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สะดวก ซึ่งจะมีการหารือกันในกลุ่มลูกหลานชาวไทลื้ออีกครั้ง
ด้านรองอธิการบดีฝ่ายกิจการสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า กรณีการถ่ายภาพในสถานที่ดังกล่าวซึ่งมีการระบุว่าเป็นการกระทำของอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั้น ทางมหาวิทยาลัยได้ตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าไม่มีการขออนุญาตใช้สถานที่ดังกล่าวเพื่อใช้ในการถ่ายภาพอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรมายังหน่วยงานที่รับผิดชอบแต่อย่างใด ส่วนการเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นนั้นอาจเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือการกระทำผิดวินัย ซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว คาดว่าจะใช้ระยะเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ จะทราบผล
 
8 พฤษภาคม 2556 , 12:34 น. , อ่าน 1197  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่