การประชุมวิชาการหัวข้อภาพถ่ายยระยะไกลและระบบภูมิสารสนเทศกับการรับมืออุทกภัย นักวิชาการจากประเทศต่างๆเห็นตรงกันใช้ดาวเทียมมากกว่า 1 ดวง จัดทำระบบบริหารจัดการน้ำ

  
     การประชุมวิชาการหัวข้อภาพถ่ายยระยะไกลและระบบภูมิสารสนเทศกับการรับมืออุทกภัย นักวิชาการจากประเทศต่างๆเห็นตรงกันใช้ดาวเทียมมากกว่า 1 ดวง จัดทำระบบบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้เกิดความแม่นยำในการประมวณข้อมูลจากหลายๆที่รับมือกับอุทกภัยหรือภัยธรรมชาติอื่นๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้
การประชุมวิชาการหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ(Technical Worksshop)เวทีคู่ขนานวันที่สอง ที่ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ ในภาคเช้า ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. มีการประชุมแลกเปลี่ยนในหลายหัวข้อหลายห้องจากนักวิชาการจาก 37 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่น่าสนใจ เช่น การประชุมเรื่องภาพถ่ายระยะไกลและระบบภูมิสารสนเทศกับการรับมืออุทกภัย นักวิชาการจีน ได้นำเสนอการผสมผสานข้อมูลจากดาวเทียม ข้อมูลทางอากาศ และข้อมูลจากสถานีภาคพื้นดินมาตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของน้ำ โดยนักวิชาการจากยุโรปและแคนาดา ยืนยันว่า จำเป็นต้องใช้ดาวเทียมมากกว่า 1 ดวง เพื่อใช้จัดทำระบบบริหารจัดการน้ำ ซึ่งจีนเห็นตรงกับอีก 2 ประเทศ เช่นกันด้วยการผสมผสานกับข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ในการรวบรวมข้อมูลและภาพถ่าย ทั้งสภาพภูมิประเทศและสถานการณ์ภัยพิบัติที่มีความละเอียดครอบคลุมในหลาย มิติและมีความรวดเร็ว เพื่อใช้ในการตัดสินใจในการประสานงานกับหน่วยงานของรัฐในการเตรียมความพร้อม รับมือและการแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าให้อพยพหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น โดยนักวิชาการแคนาดาได้ยกตัวอย่างการใช้ดาวเทียม ซาร์ แซทเทิลไลท์ 3 ดวง ผสานข้อมูลกับเรด้าห์ในการตรวจวัด นักวิชาการจีน ได้ยกตัวอย่างว่านอกจากใช้ดาวเทียมแล้ว ยังใช้สถานีอากาศ สถานีภาคพื้นดิน และสถานีลอยน้ำ ที่มีการติดตั้งบนเรือใช้จัดส่งข้อมูล 2 ชุด คือ แบบละเอียด 15 เท่า มีการประมวลข้อมูลทุกๆ 4 วัน และ แบบละเอียด 30 เท่า มีการประมวลข้อมูลทุกๆ 2 วัน เพื่อนำมาสร้างโมเดลของสถานการณ์น้ำในแม่น้ำแยงซีและเขื่อน 3 ผา จากนั้นจะรายงานข้อมูลแบบ Real Time นำมาวิเคราะห์ประมวลผลปริมาณน้ำ ลักษณะการไหล สภาพภูมิอากาศ และการเคลื่อนไหวของแผ่นดินและพื้นดินใต้นำ
นอกจากนี้ นักวิชาการยุโรป ได้เสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างเครือข่ายพื้นฐานของระบบ Geo Information Service (GIS) ซึ่งเป็นระบบภูมิสารสนเทศของประเทศ 1 เชื่อมเข้ากับประเทศเพื่อนบ้าน เช่นกรณีการเชื่อมระบบของเซอร์เบียเข้ากับระบบฮังการี่ เพราะช่วงเกิดภัยพิบัติในประเทศ 1 จะส่งผลกระทบไปถึงอีกประเทศ 1 ที่มีการเชื่อมโยงระบบด้วย
 
17 พฤษภาคม 2556 , 18:31 น. , อ่าน 1179  

 ข่าวโดย   สวท.กทม.,สวท.เชียงใหม่