ประธานาธิบดีสาธารณรัฐทาจิกิสถาน ประกาศความมุ่งมั่นการแก้ปัญหาทรัพยากรน้ำในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้มีความมั่นคง

  
     ประธานาธิบดีสาธารณรัฐทาจิกิสถาน ประกาศความมุ่งมั่นการแก้ปัญหาทรัพยากรน้ำในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้มีความมั่นคง และพร้อมให้ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านสร้างกลไกบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนใช้ในอนาคต
นายเอมอมาลี เราะห์มาน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐทาจิกิสถาน ได้ กล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุมกำหนดนโยบายและแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือ(แบบ เต็มคณะ) เกี่ยวกับความมั่นคงด้านน้ำและการเผชิญภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับน้ำใน ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หนึ่งในการการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 ที่ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ว่า ขอขอบคุณรัฐบาล ที่ได้เชิญประเทศทาจิกิสถานเข้าร่วมการประชุมผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 ที่ ไทยเป็นเจ้าภาพ ถือเป็นการต่อยอดและติดตามความคืบหน้าจากการประชุมผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 1 ณ เมืองเบปปุ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนธันวาคม 2550 ที่มีเป้าหมายเดียวกันในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภูมิภาคอย่างเป็นระบบและมีความมั่นคง โดยต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆทั้งภัยพิบัติธรรมชาติ ที่ทุกประเทศต้องเริ่มความร่วมมืออย่างจริงจังตั้งแต่ระดับชุมชน ประเทศ ภูมิภาค และโลก เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านน้ำเพียงพอใช้ในอนาคตต่อไป ปัจจุบันนี้หลายประเทศเริ่มหันมาแก้ปัญหาเรื่องความมั่นคงด้านทรัพยากรและภูมิอากาศมากขึ้น โดย เฉพาะความมั่นคงทางการเมืองและสังคมในแต่ละประเทศจะเป็นสิ่งสำคัญในการขับ เคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำยั่งยืนได้สำเร็จในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก แต่ปัจจุบันนี้ความร่วมมือดังกล่าวในเอเชียกลางยังมีไม่มากนัก เพราะมีปริมาณน้ำน้อยและหลายประเทศไม่ค่อยมีความไว้ใจกันเท่าที่ควร สำหรับปัญหาที่เอเชียกลางไม่สามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านได้มี 5 ข้อ คือ การกระจายทรัพยากรไม่เท่าเทียมกัน / มีปริมาณทรัพยากรลดลง / มีการบริโภคน้ำมากขึ้น ขณะที่จำนวนประชากรเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ไม่มีความสมดุลกัน / การเกิดภัยพิบัติถี่มากขึ้นและพื้นที่ทะเลเริ่มเสื่อมสภาพ และสุดท้ายที่สำคัญที่สุดความร่วมมือจัดการทรัพยากรในภูมิภาคเอเชียกลางยัง ไม่ดีพอ
ประธานาธิบดีสาธารณรัฐทาจิกิสถาน กล่าวต่อว่า ประเทศทาจิกิสถานและคีร์กิซสถาน นับเป็นพื้นที่ต้นน้ำในภูมิภาคนี้ เพราะมีพื้นที่น้ำถึงร้อยละ 90 ของพื้นที่ประเทศทั้งหมด ทำให้มีทรัพยากรน้ำเหลือกินเหลือใช้หรือเป็นประเทศที่มีความมั่งคั่งด้านทรัพยากรน้ำต่อหัวของประชากรมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆของโลก โดยเฉพาะการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำ เพื่อสร้างรายได้ให้ระบบเศรษฐกิจและสังคมภายในประเทศ จึงร่วมกันสร้างระบบเครือข่ายสายส่งพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากสถานีไฟฟ้าพลังน้ำในทาจิกิสถานและคีร์กิซสถานไปยังผู้บริโภคในเอเชียกลาง จีน และเอเชียใต้ สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 527,000 ล้านกิโลวัตต์ต่อปี ในขณะที่การใช้พลังน้ำผลิตไฟฟ้าให้ประชากรทาจิกิสถานใช้เพียงร้อยละ 3-4 เท่านั้น จึงมีการบริหารจัดการน้ำใช้ตามฤดูกาลป้องกันขาดแคลนทรัพยากร โดยเฉพาะประเทศที่อยู่ในพื้นที่กลางน้ำและท้ายน้ำต้องจัดการน้ำอย่างบูรณาการในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน พร้อมกันนี้ได้ยกตัวอย่างกรณีภูเขาน้ำแข็งในทาจิกิสถานละลายจากสภาพเสื่อมโทรมในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำแข็งที่ละลายไหลลงแม่น้ำสายต่างๆจนปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกิดปัญหาอุทกภัย และมีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้นต่อเนื่องด้วย ประกอบกับ จำนวนประชากรในประเทศเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องหรือมีการเติบโตร้อยละ 1.5-2.5 จนเกิดปัญหาความซับซ้อนและใช้ทรัพยากรมากขึ้นตามมา หากคำนวณมูลค่าผลกระทบที่ประชาชนได้รับความสูญเสียจากภัยพิบัติอย่างหนักในทาจิกิสถานอยู่ที่ร้อยละ 93 ส่วนใหญ่อยู่ในเขตพื้นที่ภูเขา เมื่อคิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 21,000 ล้านบาท ดังนั้น ความร่วมมือในภูมิภาคจะเป็นกลไกสำคัญสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทุกมิติ และยั่งยืน
ประธานาธิบดีสาธารณรัฐทาจิกิสถาน ได้ประกาศในที่ประชุมกำหนดนโยบายและแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือ(แบบเต็มคณะ)ว่า ทาจิกิสถาน ยืนยัน ความมุ่งมั่นการแก้ปัญหาทรัพยากรน้ำให้มีความมั่นคงตามที่ได้กล่าวมา และพร้อมให้ความร่วมมือที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในการร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและน้ำร่วมกันอย่างสมดุล ทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน ขณะที่ภูมิภาคหรือทวีปอื่นๆในโลกควรหันมาร่วมมือกันจัดการน้ำที่มีอยู่อย่างยั่งยืน มีประสิทธิภาพ ลดมลกระทบด้านมลพิษให้กับธรรมชาติ ที่สำคัญทุกประเทศทั่วโลกต้องปฏิบัติตามพันธกรณีในอนุสัญญาระหว่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ และพิธีสารเกียวโตเป็นพิธีสารภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้เกิดขึ้นได้ด้วยการเชื่อมโยงความร่วมมือระดับประชาคมโลก
สำหรับกระบวนการสำคัญในการดำเนินงานจะช่วยสร้างเสริมการทำงานผ่านโครงการเฉพาะแก้ปัญหาด้านน้ำ ภัยพิบัติ ความท้าทายต่างๆจากธรรมชาติ ที่ต้องเริ่มทำตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ประเทศ ภูมิภาค จน ถึงระดับโลกจึงจะมีแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำโลก อย่างสมดุล ด้วยการพัฒนาวิสัยทัศน์น้ำโลกเป็นเป้าหมายเดียวกันทั้งหมดในการจัดการน้ำ และแก้ปัญหาภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้น เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว ทั้งนี้ ประเทศทาจิกิสถาน จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม High-Level International Conference on Water Cooperation ระหว่างวันที่ 20 - 21 สิงหาคม 2556 โดยได้เชิญ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย เข้าร่วมการประชุมด้วยเมื่อครั้งเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันนี้ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา ใน การประชุมครั้งนี้ทาจิกิสถานเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้จากหลายๆ ประเทศและความเป็นคู่ภาคีสร้างเสริมการแก้ปัญหาและรับมือภัยพิบัติ รวมทั้ง จะมีการเสวนาต่อยอดความมั่นคงด้านน้ำเชื่อมโยงกับการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 ที่ ไทยเป็นเจ้าภาพด้วย
 
19 พฤษภาคม 2556 , 18:02 น. , อ่าน 1194  

 ข่าวโดย   สวท.กทม.