รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำขบวนเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปูพรมตรวจธุรกิจรับส่งสินค้า โลจิสติกส์ทั่วเมืองเชียงใหม่

  
     รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำขบวนเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปูพรมตรวจธุรกิจรับส่งสินค้า โลจิสติกส์ทั่วเมืองเชียงใหม่ หลังพบคดียาเสพติดซุกซ่อนในสินค้าเพิ่มสูงขึ้น พร้อมแนะผู้ประกอบการเพิ่มความเข้มงวด ตรวจสอบสินค้าและผู้ส่งก่อนให้บริการ
พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจตรีสุรพล ทวนทอง รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พลตำรวจตรีชำนาญ รวดเร็ว รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมคณะ เข้าตรวจสอบภายในอาคารรับส่งสินค้าของบริษัทนิ่มซี่เส็งขนส่ง 1998 จำกัด ถนนเชียงใหม่-ลำปาง ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบหายาเสพติดที่อาจมีการซุกซ่อนและนำส่งผ่านบริการรับส่งสินค้าของบริษัท จากการตรวจสอบไม่พบสิ่งเสพติดซุกซ่อนในสินค้าที่ทำการขนส่งผ่านทางบริษัท รวมทั้ง พนักงาน จำนวน 38 คน ที่ถูกนำปัสสาวะไปตรวจสอบหาสารเสพติดก็ไม่พบว่ามีสารเสพติดเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการระดมเจ้าหน้าที่ จำนวน 400 คน กระจายกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย 28 จุด เข้าตรวจสอบสถานีขนส่งอาเขตเชียงใหม่ ที่ทำการไปรษณีย์ตลาดคำเที่ยง และอาคารคลังสินค้า ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ด้วย
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการดำเนินการครั้งนี้ว่า การเข้าตรวจสอบในส่วนของผู้ให้บริการรับส่งสินค้าและโลจิสติกส์นั้น สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมยาเสพติดที่ใช้กระบวนการดังกล่าวเป็นช่องทางในการขนส่งยาเสพติดจากภาคเหนือเข้าไปยังกรุงเทพมหานครได้หลายครั้ง และแต่ละครั้งได้ปริมาณยาเสพติดเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและกวดขันการดำเนินการของผู้ประกอบการ ให้เพิ่มความระมัดระวังละความรอบคอบในการรับส่งสินค้า ซึ่งอาจมีการลักลอบบรรจุหรือซุกซ่อนยาเสพติดรวมอยู่ด้วย โดยขอให้มีการกำหนดวิธีการในการรับส่งสินค้าให้รัดกุม ให้มีการแจ้งที่อยู่ของผู้ส่งและผู้รับให้ชัดเจน รวมไปถึงประเภทของสินค้าที่มาใช้บริการ ขอให้บริษัทเพิ่มระบบการตรวจสอบโดยติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในอาคารรับส่งสินค้าและจุดอื่นๆ ให้มากขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ รวมทั้ง แนะนำให้พนักงานเพิ่มความสังเกตในการรับสินค้าต่างๆ เพื่อดูความผิดปกติ นอกจากนี้ ยังได้ประสานกับผู้ประกอบการว่าจะมีการขอความร่วมมือเพื่อเข้าตรวจสอบในลักษณะเช่นนี้อีกเรื่อยๆ โดยแม้จะไม่พบยาเสพติดในการตรวจค้นครั้งนี้ แต่การเข้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอจะเป็นมาตรการกดดันที่ทำให้กลุ่มผู้ค้าหรือลำเลียงยาเสพติดไม่กล้าใช้เส้นทางดังกล่าวในการขนส่งยาเสพติดอีก
 
6 มิถุนายน 2556 , 17:38 น. , อ่าน 1178  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่