เวที พูดจาหาทางออกประเทศไทย ที่จังหวัดเชียงใหม่ เวทีที่ 1 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

  
     เวที พูดจาหาทางออกประเทศไทย ที่จังหวัดเชียงใหม่ มีประเด็นแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอทางออก ใน 11 ประเด็น
ที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ประชาชนจากเขตเลือกตั้งที่ 1,2,5, 6 และ 7 เข้าร่วมเสวนา เวที ประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทย(พูดจาหาทางออกประเทศไทย) เวทีที่ 1 ประมาณ1,000 คน โดยมีการจัดเวที ตลอดทั้งวัน ช่วงเช้ามีการบรรยายและร่วมสรุปประเด็นข้อคิดเห็นเพื่อเข้าสู่การแบ่งกลุ่มย่อยในช่วงบ่าย ซึ่งแบ่งกลุ่มออกเป็น 10 กลุ่ม ใน 11 ประเด็น พร้อมเสนอทางออกของปัญหา ได้แก่ ประเด็นที่ 1 ความขัดแย้งในสังคม ให้ยึดในหลวงเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา ลดความเป็นตัวตนลง รู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเอง ให้ระบบคุณธรรมนำหน้าระบบอุปถัมภ์ ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ประเด็นที่ 2 ความเข้าใจในประชาธิปไตยที่แตกต่างกัน ให้ปฏิรูปการศึกษา รู้จักสาระของประชาธิปไตยที่แท้จริง ทั้งรู้สิทธิ บทบาท หน้าที่ รู้จักประชาธิปไตยแบบสาระธรรม ปลูกจิตสำนึกสาธารณะ ลดความเห็นแก่ตัว เห็นค่าเสียงส่วนน้อย รู้จักให้อภัย ประเด็นที่ 3 ความเคลือบแคลงในหลักนิติธรรม ให้ทุกฝ่ายยึดหลักนิติธรรม กฎหมายต้องถูกต้องเที่ยงธรรม ประชาชนต้องศึกษากฎหมายเพื่อให้ทราบสิทธิของตน บังคับใช้กฎหมายให้เท่าเทียมกัน ประเด็นที่ 4 ตุลาการภิวัฒน์/การแทรกแซงองค์กรอิสระ ให้องค์กรอิสระเกิดขึ้นจากประชาชนโดยตรง มีระบบกฎหมายป้องกัน ประเด็นที่ 5 นักการเมืองสร้างปัญหาและแสวงหาประโยชน์ ให้ต่อต้านการซื้อสิทธิ์ขายเสียงเพื่อตัดวงจรการทุจริต ให้ความรู้ในสถานศึกษาที่ถูกต้องโดยเฉพาะเรื่องสิทธิในการถอดถอนที่ทำได้ นักการเมืองต้องไม่อยู่ในระบบอุปถัมภ์ ทบทวนกฎหมายที่สนับสนุนนักการเมือง แก้กฎหมายทุจริต คอร์รัปชั่นของนักการเมือง ไม่ให้มีอายุความ ประเด็นที่ 6 ปัญหาจากการรัฐประหาร ให้ยึดมั่นประชาธิปไตย ขจัดปัญหาคอร์รัปชั่นให้ได้เพราะเป็นบ่อเกิดของรัฐประหาร ประเด็นที่ 7 การกล่าวอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ให้มีกฎหมายควบคุมเด็ดขาด สื่อควรมีวิจารณญาณในการนำเสนอข่าว สถาบัน ห้างร้าน ไม่ควรผลิตสินค้าและอ้างสถาบัน ควรมีการตรวจสอบ ควรให้สำนักพระราชวังเป็นเจ้าภาพในการฟ้องร้องหมิ่นสถาบัน ประเด็นที่ 8 สื่อมวลชนไม่เป็นกลาง ให้มีการตรวจสอบถ้อยคำการเผยแพร่และเซ็นเซอร์ ประชาชนควรมีโอกาสพบปะสื่อมวลชน และมีบทลงโทษที่เข้มงวด ประเด็นที่ 9 ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ให้ขจัดปัญหายาเสพติด ที่เป็นบ่อเกิดปัญหาของสังคม ยกเลิกเก็บภาษีคนรายได้น้อย หาทางลดช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย ประเด็นที่ 10 การรวมศูนย์อำนาจ ให้จัดสรรงบประมาณลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและท้องที่ให้มากขึ้น ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลับไปใช้วาระในการดำรงตำแหน่ง 5 ปี เพราะวาระดำรงตำแหน่ง 60 ปี เป็นศูนย์รวมอำนาจนักการเมือง และประเด็นสุดท้าย ประเด็นที่ 11 ปัญหารัฐธรรมนูญ ให้เอาข้อดีของรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 มารวมกัน และสร้างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม ผ่านมติประชาคมเพื่อทำลายอำนาจเผด็จการ และจัดทำประชาพิจารณ์รัฐธรรมนูญใหม่ด้วย
 
16 มิถุนายน 2556 , 17:46 น. , อ่าน 1174  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่