รายงานพิเศษ ทางออกลำไย มีข้อเสนอแนะที่ดีมากมาย

  
     รายงานพิเศษ ทางออกลำไยไทย ได้ข้อเสนอแนะที่ดีมากมาย โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ปลูกลำไยนอกฤดูเพื่อกระจายผลผลิต แก้ปัญหาด้านการตลาด
สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดเชียงใหม่ นำโดยนางจิรพร ทองบ่อ ผู้อำนวยการสถานีฯ และคณะ ลงพื้นที่บ้านน้ำโท้ง ตำบลสบแม่ข่า อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ สถานที่ปลูกลำไยต้นแรกของประเทศไทย เพื่อจัดเวทีเสวนาหาทางออกลำไยไทย โดยมีวิทยากรผู้ชำนาญการด้านลำไยสาขาต่าง ๆ มาร่วมเสวนา นายบุญส่ง เหมยคำสุข นักวิชาการกลุ่มส่งเสริมเละเผยแพร่ สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าพื้นที่ปลูกลำไยในจังหวัดเชียงใหม่มีกว่า 3 แสนไร่ ปีนี้คาดการณ์ผลผลิต 260,000 ตัน ลำไยในฤดู 180,000 ตัน ขณะนี้ยังเหลือลำไยที่ยังไม่เก็บผลผลิตในพื้นที่ 3 อำเภอประกอบด้วย อำเภอฝาง พร้าวและไชยปราการโดยคาดว่าจะมีลำไยเหลืออยู่เพียงร้อยละ 6 เท่านั้น ปีนี้ไม่มีปัญหาด้านราคาแต่อย่างใด
ขณะที่อาจารย์พาวิน มะโนชัย นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับลำไย กล่าวว่า ลำไยปลูกใน 3 ประเทศในโลกนี้คือ ไทย จีนและเวียดนาม เวียดนามปลูก 8 แสนไร่ จีนปลูก 3 ล้านไร่ ส่วนไทยปลูกกว่าล้านไร่โดยพบว่าปลูกเพิ่มจากปี 2547 ประมาณ 6 แสนไร่ ผลผลิตลำไยในฤดูของไทยจะออกก่อน ประมาณเดือนกรกฎาคม ถึงสิงหาคม ส่วนจีนและเวียดนามจะให้ผลผลิตประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายน หากปีใดลำไยในฤดูมาก ก็จะมีปัญหาด้านการตลาดและการส่งออก จึงควรส่งเสริมให้ประชาชนปลูกลำไยนอกฤดูเพื่อกระจายผลผลิต ซึ่งประเทศไทยสามารถผลิตลำไยให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี โดยพบว่าปัจจุบันมีจังหวัดจันทบุรีจังหวัดเดียวที่ปลูกลำไยนอกฤดูและไม่มีปัญหาด้านตลาด ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูนรองลงมา ซึ่งไม่เพียงแต่ปัญหาด้านตลาดเท่านั้น ยังพบปัญหาขาดแคลนแรงงานในช่วงเวลาเก็บผลผลิตอีกด้วย
ขณะที่นายประเทือง คงรอด ตัวแทนเกษตรกรจังหวัดลำพูน กล่าวว่า การส่งออกลำไยไทยมีปัญหามาตลอด ปีนี้อินโดนีเซียลดโควต้าเหลือเป็นครั้งละ 6 เดือน เหตุที่ลำไยปีนี้ได้ราคาดี เป็นเพราะได้เกิดฝนตกตอนช่วงต้นฤดู ดอกผลเสียหายไปกว่าร้อยละ 60 จึงเหลือผลผลิตน้อย จึงได้ราคาดี เนื่องจากลำไยไม่มีผลผลิต ทั้งนี้จากการประชุมระดับนานาชาติเป็นที่ยอมรับว่าลำไยที่คุณภาพดีที่สุดคือลำไยที่ปลูกในประเทศไทย โดยเฉพาะพันธุ์อีดอ จึงเห็นควรให้มีการส่งเสริมการปลูกนอกฤดูให้มากกว่าเดิมเพื่อแก้ปัญหาด้านตลาด
ด้านนายบัญชาการ พลชมชื่นจากวิสาหกิจชุมชนลำไยนอกระบบอำเภอสารภี ร่วมเวที กล่าวว่า ลำไยมีคุณค่าหลากหลาย นักวิชาการได้ค้นคว้าสารในลำไย พบว่าสามารถนำมาทำยาทาคลายกล้ามเนื้อ ทำเวชสำอาง ทำยารักษาโรคได้หลายชนิด จนมีผู้กล่าวไว้ว่าลำไยอาจจะล้างหนี้ประเทศไทยได้ ซึ่งควรส่งเสริมให้มีการวิจัยให้มากขึ้นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
ส่วนนายนายวิสวัสดิ์ ยานะโส ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าก่อนหน้านี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรช่วยเหลือด้านเงินทุน ต่อมาจึงเกิดแนวคิดว่าจะต้องช่วยเหลือเพื่อความยั่งยืน จึงได้ช่วยปรับปรุงฟื้นฟูอาชีพ เป็นรายอาชีพ ทั้งในระดับต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ เรื่องทุนไม่ใช่ปัญหา แต่อยู่ที่ความตั้งใจจะพัฒนาของเกษตรกรหรือไม่ การปรับเปลี่ยนใช้เทคโนโลยีการผลิตต่าง ๆ โดยอยากเห็นความร่วมมือกันพัฒนาและรวมกลุ่มกันเป็นอาชีพมากกว่า
 
14 กันยายน 2556 , 16:58 น. , อ่าน 1218  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่