รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังระบุ โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทคุ้มค่าต่อการลงทุน

  
     รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังระบุ โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทคุ้มค่าต่อการลงทุน เชื่อมโยงเมืองสู่เมือง สร้างรายได้ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจหลายชั่วอายุคน
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทว่ามีความคุ้มค่าต่อการลงทุน ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างในอดีตประมาณ 30 ปีที่ผ่านมา สมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้สร้างท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งก็สามารถใช้ประโยชน์ในการขนส่งสินค้ามาจนถึงปัจจุบัน หรือโครงการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อรองรับอากาศยานจากทั่วโลกสมัยพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ก็ได้ใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางในปัจจุบัน ซึ่งประเทศที่เจริญแล้วก็จะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานร้อยละ 25 เพื่อพัฒนาให้เหมาะสมกับความเจริญของเมือง โครงการดังกล่าวมีระยะเวลา 7 ปี ซึ่งคาดการณ์ GDP จะโตได้ถึง 150 ล้านล้านบาท ซึ่งหมายความว่าลงทุนเพียงร้อยละ 1.3 เท่านั้น สาเหตุที่ไม่ใช้งบประมาณประจำปีดำเนินการเนื่องจากแต่ละโครงการมีความต่อเนื่องประกอบการการกู้เงินมาลงทุนไม่ใช่เรื่องใหม่ หากบริหารจัดการดีพอ ก็สามารถชำระหนี้ได้ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวมีลักษณะพิเศษคือเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น มีโครงการที่ชัดเจนรองรับ หากโครงการนี้แล้วเสร็จจะเชื่อมโยงเมืองต่อเมือง ย่นเวลาในการเดินทาง ส่งผลให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น โดยจะรวมทั้งรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ถนน การขนส่งทางน้ำ การขนส่งทางอากาศ ด่านศุลกากร ซึ่งจะใช้ประโยชน์ได้หลายชั่วอายุคน
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวด้วยว่า การขนส่งที่ราคาแพงที่สุดคือถนน และที่ถูกที่สุดคือระบบราง แต่ปัจจุบันพบว่าประเทศไทยใช้ขนส่งทางถนนมากที่สุด ส่งผลต่อต้นทุนที่แพงตามมา
 
15 พฤศจิกายน 2556 , 19:03 น. , อ่าน 1135  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่