รายงานพิเศษ เตาเกษมสันต์

  
     รายงานพิเศษ เตาเกษมสันต์ เตาเผาขยะชีวมวลไร้ควันอย่างง่าย ช่วยลดหมอกควันและหยุดการเผาในที่โล่ง
ดร.นิตยา นักระนาด มิลน์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในประเทศไทย ปัญหาหมอกควันเกิดขึ้นทั้งโดยธรรมชาติและจากการกระทำของมนุษย์ ได้แก่ ไฟป่า การเผาป่า การเผาในที่โล่ง เพื่อกำจัดเศษวัสดุเหลือทิ้งจากการเพาะปลูก เผาวัชพืช เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก การเผามูลฝอยชุมชน การจุดไฟเผาป่าเพื่อบุกรุกยึดครองพื้นที่ป่า ล่าสัตว์ ทำไม้ เก็บของป่า เป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะ มีทิวเขาล้อมรอบ ก่อให้เกิดสารมลพิษทางอากาศในปริมาณที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ สารอินทรีย์ระเหย ไดออกซิน ฝุ่นละออง และเถ้า เขม่าควัน
จากการรายงานการตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า หลายจังหวัดทางภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำปาง ลำพูน แพร่ และ น่าน ตรวจพบค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน มีค่าเกินมาตรฐานหลายพื้นที่ (ซึ่งค่ามาตรฐานไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) คุณภาพอากาศ อยู่ในระดับปานกลางถึงระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพมาก สอดคล้องกับอัตราการเจ็บป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด กลุ่มโรคตาอักเสบ และโรคผิวหนังอักเสบ นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยว
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้ตระหนักถึงปัญหามลพิษจากการเผาในที่โล่งดังกล่าว จึงได้ริเริ่มดำเนินการโครงการพัฒนาเตาเผาขยะชีวมวลสำหรับชุมชน มาตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2554 โดยได้มีการออกแบบและพัฒนาให้ได้เตาเผาที่ก่อมลพิษน้อยที่สุดและต้นทุนต่ำ สามารถนำไปขยายผลต่อยอดได้ในชุมชน มีเป้าหมายการนำไปใช้กำจัดของเหลือทิ้งจากการเกษตรแทนการเผาในที่โล่ง และยื่นขอจดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งหากได้รับสิทธิบัตรจะได้รับความคุ้มครองย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2555 ที่คณะผู้วิจัย ศูนย์วิจัยและฝึกอบบรมด้วยสิ่งแวดล้อมไปเผยแพร่ผลงานวิจัยในงาน 20 ปีงานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
คณะผู้วิจัย ได้ศึกษาพัฒนาเตาเผาขยะชีวมวลแบบไร้ควันสำหรับชุมชน จากวัสดุหาง่ายและวัสดุเหลือใช้ ออกแบบและจัดสร้างต้นแบบเตาเผาจากแนวคิดแบบภูมิปัญญาชาวบ้านผสมผสานกับหลักวิชาการ ให้ได้นวัตกรรมเตาเผาขยะชีวมวลไร้ควันอย่างง่ายที่ก่อมลพิษน้อยมาก เคลื่อนย้ายได้ ชุมชนสามารถนำไปใช้และจัดสร้างเองได้เพื่อจำกัดของเสียประเภทเศษไม้ ใบหญ้า เศษวัสดุอินทรีย์เหลือทิ้งจากการทำเกษตรกรรม ลดการเผาในที่โล่ง ป้องกันไฟป่า และลดปัญหาหมอกควัน นับจนถึงวันนี้ ทีมงานวิจัยได้พัฒนาเตาเผาต้นแบบและทดสอบประสิทธิภาพการเผามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายน 2555 จนได้แบบเตาเผาขยะชีวมวลไร้ควันอย่างง่าย ตั้งชื่อว่า “เตาเกษมสันต์” ซึ่งสามารถเผาขยะชีวมวลจำพวกเศษไม้ ฟางข้าวหญ้าแห้ง ชานอ้อย แกลบ และขี้เลื่อยได้ โดยก๊าซที่ปล่อยออกจากปล่องควันมีลักษณะใส ไร้ควันดำ การเผาชีวมวลในเตาต้นแบบนี้ที่สภาวะสมดุลของปฏิกิริยาการเผา เช่น มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ เพียง 37-104 ส่วนในล้านส่วน ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณที่เกิดขึ้นในห้องเผา 296-2403 ส่วนในล้านส่วน ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คิดเป็นร้อยละ 8.8-9.3 เทียบกับที่เกิดขึ้นในห้องเผาร้อยละ 10.3-10.9 การลดลงของก๊าซเหล่านี้ ยืนยันได้ว่า มีการเกิดปฏิกิริยาขั้นที่สองจากการให้ออกซิเจนร้อนโดยระบบการไหลตามธรรมชาติทำให้เกิดการแตกตัวของโมเลกุลก๊าซไฮโดรคาร์บอนต่างๆ ส่งผลให้ไร้ควันและมลพิษจากการเผา ฝุ่นละอองขนาดเล็กถูกดักจับโดยการออกแบบภายในปล่องควัน
งานวิจัยนี้เป็นอีกหนึ่งงานที่คณะผู้วิจัย ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นจะทำประโยชน์ให้สังคม บนพื้นฐานการสร้างนวัตกรรมที่รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถนำไป
 
27 พฤศจิกายน 2556 , 16:00 น. , อ่าน 1312  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์-เจนรินทร์ สวท. เชียงใหม่