อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ติดตามผล ปฏิบัติการขึ้นบินยับยั้งพายุลูกเห็บ ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนบน คาดจะคงดำเนินการต่ออีกระยะ จนกว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะประกาศเข้าสู่ฤดูฝนตามปกติ ยืนยันยังมีความจำเป็นต้องทำปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อเติมน้ำในเขื่อนหลัก ผลัก

  
     นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ติดตามผลปฏิบัติการฝนหลวงยับยั้งพายุลูกเห็บ ปี 2559 ตามโครงการความร่วมมือระหว่างกรมฝนหลวงและการบินเกษตรกับกองทัพอากาศ ที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยกล่าวว่า ตั้งแต่ เปิดปฏิบัติการมาเมื่อวันที่ 21 มีนาคม จนถึงปัจจุบัน เกือบ 60 วัน ขึ้นบินปฏิบัติการ ประมาณ 16 วัน ชั่วโมงบิน 29 ชั่วโมง พลุสารเคมี ซิลเวอร์ไอโอไดด์ที่ใช้ไป ประมาณ 800 นัด มากกว่าปีก่อน และครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1 ล้านไร่ ซึ่งปฏิบัติการยับยั้งพายุลูกเห็บที่ กรมฝนหลวงและการบินเกษตรร่วมกับกองทัพอากาศ ช่วยลดความเสียหายและภัยพิบัติอันเกิดจากพายุลูกเห็บในพื้นที่ภาคเหนือได้ค่อนข้างสูง ทั้งนี้ ปฏิบัติการยับยั้งพายุลูกเห็บที่ กรมฝนหลวงและการบินเกษตรร่วมกับกองทัพอากาศ จะดำเนินการต่ออีกระยะหนึ่ง เพื่อเฝ้าระวัง ติดตาม สถานการณ์ ซึ่งคาดว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน พายุลูกเห็บก็จะลดน้อยลง เนื่องจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และเข้าสู่ฤดูกาลปกติ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในประเทศ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม มีน้ำประมาณ 1,600 ล้าน ลูกบาศก์เมตร ใน 4 เขื่อนใหญ่ และในช่วงนี้แม้จะมีฝนตก น้ำไหลเข้าเขื่อน โดยเฉพาะเขื่อนทางฝั่งตะวันตก คือ เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ์ ซึ่งมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง แต่เขื่อนอื่นๆ ปริมาณน้ำยังมีน้อย ดังนั้น ปฏิบัติการฝนหลวงยังมีความจำเป็น ต้องดำเนินการต่อเนื่อง ในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทั้งกำลังต้องการน้ำเพื่อเตรียมการเพาะปลูก น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค เพื่อผลักดันน้ำเค็ม และรักษาระบบนิเวศของเขื่อน ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ เปิดหน่วยปฏิบัติการมา ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2559 โดยมีการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบออกเป็น 2 หน่วยปฏิบัติการ 2 ฐานเสริมสารโดยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่รับผิดชอบพื้นที่การเกษตร 8 จังหวัด 7 เขื่อน ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปางและน่าน ซึ่งดูแลพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนภูมิพล แม่กวงอุดมธารา แม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนกิ่วลม และเขื่อนกิ่วคอหมา นอกจากนี้ยังมีหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดพิษณุโลก รับผิดชอบพื้นที่การเกษตร 7 จังหวัด 2 เขื่อน ได้แก่ พิษณุโลกพิจิตร เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร และอุตรดิตถ์ ซึ่งดูแลพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนสิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดนโดยมีลุ่มรับน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปฏิบัติการร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง.//
 
20 พฤษภาคม 2559 , 13:56 น. , อ่าน 1156  

 ข่าวโดย   อธิชัย ต้นกันยา