สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ตามฤดูกาล แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง จำนวน 8 หมื่นกว่าราย ฟรี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม - 31 กรกฎาคม 2559

  
    วันที่ (23 พ.ค.59) นายไพศาล ธัญญาวินิชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ นำบุคลากรของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ตามฤดูกาล ประจำปี 2559 โดย บุคลากรด้านสาธารณสุขเหล่านี้ ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยง ที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับกลุ่มผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อ เพื่อเป็นการป้องกันตนเอง ซึ่งในแต่ละปีเชื้อโรคมีการเปลี่ยนแปลง และพบการกลายพันธุ์ ทำให้เกิดเชื้อตัวใหม่ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นกว่าเดิม วัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับเชื้อที่ระบาดในช่วงเวลานั้นครอบคลุมสายพันธุ์ของไข้หวัดใหญ่ที่พบ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 8 กลุ่ม ได้แก่ 1.) บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย 2.) หญิงมีครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือน ขึ้นไป 3.) เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี 4.) ผู้มีโรค เรื้อรั้ง (โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย เบาหวาน และผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้เคมีบำบัด) 5.) บุคคลที่มีอายุ 65 ปี ขึ้นไป 6.) ผู้พิการทางสมองช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ 7.) โรคธาลัสซีเมียภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมถึงผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการ และ 8.) ผู้มีน้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม โดยจังหวัดเชียงใหม่ มีเป้าหมายผู้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ในประชาชนกลุ่มเสี่ยง จำนวน 85,517 ราย กลุ่มบุคลากร 10,384 ราย รวมทั้งสิ้น 95,901 ราย โดยประชาชนในกลุ่มเสี่ยงสามารถไปรับวัคซีน ฟรี ได้ที่โรงพยาบาลชุมชนทุกอำเภอและ โรงพยาบาลนครพิงค์ จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2559 ในวันเวลาราชการ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ฉีดนี้ ผลิตจากเชื้อตาย รวม 3 สายพันธุ์ คือ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น1 (AH1N1) ชนิดเอ เอช 3 เอ็น2 (A H3N2) และชนิดบี (B) ซึ่งเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่พบบ่อยในไทยและทั่วโลก วัคซีนนี้ใช้ได้ผลดี เนื่องจากเชื้อไม่มีปัญหากลายพันธุ์ แต่ไม่สามารถป้องกันโรคไข้หวัดนกทั้งสายพันธุ์เก่าและใหม่ได้ // ดังนั้น ประชาชนยังอาจป่วยเป็นไข้หวัดได้ แต่อาการจะไม่รุนแรง ส่วนสถานการณ์ การป่วย-ตายของโรคไข้หวัดใหญ่ จากข้อมูล งานระบาดวิทยา กลุ่มงานควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่เดือน มกราคม – เมษายน 2559 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ทั้งสิ้น 4,309 ราย ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ชนิด A จำนวน 1,263 ราย ชนิด B จำนวน 1,854 ราย ชนิด AH1 3 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต สำหรับ อาการทั่วไปของผู้ที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว เจ็บคอ และมีน้ำมูก ไอมีเสมหะ บางรายอาจมีอาการหายใจเหนื่อยหอบ เจ็บแน่นหน้าอก คลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลีย อาการเหล่านี้เป็นอาการที่แสดงให้เห็นว่าไม่ได้เป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา บางรายอาจพบอาการแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ วิธีการรักษาไข้หวัดใหญ่ที่ได้ผล คนไข้ควรได้รับยาต้านไวรัส ภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากมีอาการไข้ ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงของโรค นอกเหนือจากนั้น จะเป็นการรักษาตามอาการ เช่น ทานยาแก้ไข้ ยาแก้ไอ และพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นต้น โดยระดับ ความรุนแรงของโรคไข้หวัดใหญ่ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของแต่ละคน ซึ่งคนที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ตลอดจนคนที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคไต เบาหวาน และมะเร็ง กลุ่มนี้หาก พบการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ influenza จะมีความเสี่ยงสูงเพิ่มขึ้นที่จะเกิดพบอาการแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ และอาการติดเชื้อในหูชั้นในตามมาได้
 
24 พฤษภาคม 2559 , 09:39 น. , อ่าน 1217  

 ข่าวโดย   อธิชัย ต้นกันยา