ภายใน 3 สัปดาห์นับจากนี้จะเปิดรับซื้อลำไยอบแห้งจากเกษตรกรรายย่อยที่อบเก็บไว้ในราคากิโลกรัมละ 56 บาท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ย้ำห้ามมีการสวมสิทธิ์จากพ่อค้าคนกลางโดยเด็ดขาด

  
     คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับสหกรณ์ ตัวแทนเกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการแก้ไขปัญหาลำไยปี 2548 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ว่า จะให้กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบลำไยของเกษตรกรให้มีสภาพดีได้มาตรฐาน จัดตั้งทีมตรวจสอบคุณภาพเพิ่มเพื่อจะให้การซื้อขายเร็วขึ้น ส่วนลำไยอบแห้งที่เกษตรกรรายย่อยอบเก็บไว้จะประกาศรับซื้ออบแห้งบรรจุกล่องในราคากิโลกรัมละ 56 บาทแต่มีข้อแม้ว่าลำไยนั้นต้องเป็นของเกษตรกรอย่างแท้จริง ไม่ใช่ให้พ่อค้าคนกลางหรือนายทุนมาแทรกแซงสวมสิทธิขาย หากตรวจพบจะมีความผิดตามกฎหมาย โดยจะเริ่มรับซื้อภายใน 3 สัปดาห์นับจากนี้ ทั้งนี้มีบริษัทเอกชนต้องการซื้อลำไยอบแห้งจากเกษตรกรถึง 7 หมื่นตันจึงไม่ต้องกังวลว่าจะขายลำไยไม่ได้ เพียงแต่ต้องให้มีคุณภาพดีเท่านั้น โดยให้สหกรณ์ดำเนินการหากอำเภอใดไม่มีสหกรณ์ให้อำเภอรับซื้อโดยให้ทหารทำการตรวจสอบคุณภาพ นอจากนี้ให้ขยายเวลาชำระหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ไปถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2548 ทั้งนี้ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ตรวจสอบกรณีมีผู้ร้องเรียนว่าเกษตรกรบางรายเป็นสมาชิกหลายสหกรณ์ ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไปจะเริ่มวางแผนผลิตลำไยนอกฤดูกาลและทำการคัดเลือกเกษตรกร ตั้งเป้ามีลำไยนอกฤดูร้อยละ 40 ของลำไยทั้งหมด และลำไยนั้นต้องมีคุณภาพดี โดยรัฐบาลจะดูแลตั้งแต่กระบวนการผลิต การจัดหาเงินกู้ และจัดหาตลาดให้อย่างครบวงจร
 
, อ่าน 1216  

 ข่าวโดย   ธนวรรณ ชุมแสง