สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งเตือน 6 กลุ่มเสี่ยงโรคลมแดด

  
    นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะ 6 กลุ่มเสี่ยง โรคลมแดด ควรดื่มน้ำมากกว่าปกติ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อย่าทิ้งเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยงไว้ในรถที่จอดอยู่กลางแจ้ง เสี่ยงต่อการเป็นลมแดดสูงมาก ร้อยเอก ภูรีวรรธน์ โชคเกิด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ระยะนี้จังหวัดเชียงใหม่มีสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว โดยอุณหภูมิสูงสุดอาจจะถึง 43 – 44 องศาเซลเซียส ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก ขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ 6 กลุ่มเสี่ยง คือ กลุ่มผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด เช่น ออกกำลังกาย กรรมกร ก่อสร้าง เกษตรกร, กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุ, ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง, คนอ้วน, ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ, กลุ่มผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก เนื่องจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะทำให้เส้นเลือดฝอยที่อยู่บริเวณใต้ผิวหนังขยายตัวได้มากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่สูงกว่าคนที่ไม่ได้ดื่ม ขณะเดียวกันในสภาพอากาศที่ร้อนจัด แอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้รวดเร็ว และออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดเร็วและแรงขึ้น มีผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจต้องทำงานหนักเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย อาจทำให้ซ็อก หมดสติ และเสียชีวิตได้ สำหรับการป้องกันตนเองไม่ให้เป็นโรคลมแดด สามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัด หรือลดกิจกรรมที่ต้องอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน สวมเสื้อผ้าที่โปร่งสบาย สีอ่อน ระบายอากาศได้ดี สวมแว่นกันแดด สวมหมวกปีกกว้าง ควรดื่มน้ำมากกว่าปกติเพื่อให้ร่างกายปรับอุณหภูมิให้คงที่ ชดเชยการเสียน้ำในร่างกายจากเหงื่อออก หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อย่างทิ้งเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยงไว้ในรถที่จอดอยู่กลางแจ้ง ความร้อนภายในรถจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นลดแดดสูงมาก ทั้งนี้ วิธีการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคลมแดด ให้นำผู้ป่วยเข้าร่ม นอนราบ ยกเท้าสูงขึ้นทั้งสองข้าง ถอดเสื้อผ้าชั้นนอกออก ถ้าผู้ป่วยหมดสติ ให้เปิดทางเดินหายใจให้โล่ง จัดให้นอนท่าตะแคงเพื่อป้องกันลิ้นตกและป้องกันการสำลัก เช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำเย็น หรือสเปรย์ร่างกายด้วยน้ำแล้วเป่าลม ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเปียกคลุมตัวผู้ป่วย เพราะจะขัดขวางการระเหยของน้ำออกจากร่างกาย และให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
 
12 พฤษภาคม 2561 , 13:40 น. , อ่าน 16  

 ข่าวโดย   ธิติมา พันรอด