สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ แนะวิธีปฏิบัติ เพื่อป้องกันโรคและภัยที่มาพร้อมฤดูฝน

  
    ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ แนะวิธีการปฏิบัติตน เพื่อป้องกันโรคและภัยที่มาพร้อมฤดูฝน
นายแพทย์สุเมธ องค์วรรณดี ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในช่วงนี้พื้นที่ภาคเหนือยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูฝน ทำให้สิ่งที่มักตามมาคือ โรคและภัยสุขภาพ ที่มากับน้ำท่วมขัง และพื้นที่ชื้นแฉะ ซึ่งโรคติดเชื้อที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือโรคฉี่หนูหรือLeptospirosis โรคอุจจาระร่วง โรคตาแดง และโรคน้ำกัดเท้า จากข้อมูลในระบบเฝ้าระวังสถานการณ์โรคของ สคร.1 ชม. ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 28กรกฎาคม 2561 พบผู้ป่วยโรคฉี่หนูหรือLeptospirosis จำนวน 124ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต โรคอุจจาระร่วง ผู้ป่วยจำนวน 80,024 ราย ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต ส่วนโรคตาแดง ผู้ป่วยจำนวน 8,303ราย
โรคฉี่หนู หรือLeptospirosis เกิดจากเชื้อเลปโตสไปรา ติดต่อจากเชื้อที่ถูกปล่อยออกมากับปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อปนเปื้อนอยู่ตามน้ำ ดินที่เปียกชื้น หรือพืช ผัก เชื้อสามารถไชเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนังตามรอยแผลและรอยขีดข่วน และเยื่อบุของปาก ตา จมูก นอกจากนี้ยังสามารถไชเข้าทางผิวหนังปกติที่อ่อนนุ่มเนื่องจากแช่น้ำอยู่นาน สามารถป้องกันโดย หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำ แช่หรือลุยในน้ำที่อาจปนเปื้อนเชื้อจากปัสสาวะสัตว์นำโรค หรือถ้าจำเป็นควรสวมรองเท้าบู๊ต สวมถุงมือ โรคอุจจาระร่วง มีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ค้างคืน มีแมลงวันตอม ดื่มน้ำไม่สะอาดหรือมีการปนเปื้อนของเชื้อโรค การป้องกันโรคให้ยึดหลัก “กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ” สำหรับโรคตาแดง เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุตา ติดต่อโดยการสัมผัสคลุกคลีกับผู้ป่วยโรคตาแดง หรือน้ำสกปรกเข้าตา การป้องกันโรคนี้ ประชาชน ควรล้างมือด้วยน้ำและสบู่ ไม่คลุกคลีใกล้ชิดหรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย อย่าให้แมลงหวี่หรือแมลงวันตอมตา หมั่นดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย เครื่องใช้ต่าง ๆ ไม่ควรลงเล่นน้ำในสระหรือคลอง เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายในน้ำ เพราะโรคนี้อาจแพร่กระจายไปสู่คนอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีโรคน้ำกัดเท้า ซึ่งเกิดจากเชื้อราจากการที่เท้าแช่อยู่ในน้ำที่สกปรกเป็นเวลานาน หรือมีความชื้นที่เท้าอยู่ตลอดเวลา คำแนะนำเพื่อป้องกันโรคน้ำกัดเท้าคือ หลีกเลี่ยงการเดินในที่ที่มีน้ำท่วมขัง ถ้าจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ควรสวมรองเท้าบู๊ท และเช็ดเท้าให้แห้งทุกครั้งหลังขึ้นจากน้ำ และหากผิวหนังเริ่มเปื่อย เกิดตุ่มคัน น้ำกัดเท้า หรือมีบาดแผล ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาก่อนลุกลาม หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ได้ตลอด 24 ชม.
 
2 สิงหาคม 2561 , 08:29 น. , อ่าน 23  

 ข่าวโดย   พิมลกัลย์ เดชะชัย