นักวิชาการระบุ ทุกคนควรตระหนักถึงมหันตภัยโลกร้อน โดยการงดใช้พลังงานสิ้นเปลืองและปลูกต้นไม้ เพราะหากอุณหภูมิโลกเพิ่มสูงกว่า 2 องศาจะควบคุมทุกอย่างไม่ได้

  
     คณะธุรกิจการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดบรรยายพิเศษเรื่องโลกร้อน มหันตภัยที่ไม่ควรประมาท โดยมี ผศ.ดร.จิรพล สินธุนาวา อาจารย์จากคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้กล่าวว่า สิ่งบ่งชี้ที่เปลี่ยนแปลงในโลกรอบตัวเราปัจจุบันทำให้โลกร้อนขึ้นจากการติดตามจากนักวิทยาศาสตร์นั้นภาวะโลกร้อนเกิดจากการกระทำของมนุษย์ ที่นำพลังงานไปใช้อย่างไม่จำกัด การสร้างสิ่งปลูกสร้างมากขึ้น ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปเพิ่มขึ้น ขณะที่ในอดีตโลกสามารถปรับสมดุลได้ แต่ปัจจุบันประชากรโลกเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 6,500 ล้านคนทั่วโลก ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั้นได้ถูกปล่อยไปสะสมในอากาศเป็นก๊าซเรือนกระจกสะท้อนกลับมาทำให้โลกร้อนขึ้น เกิดความแปรปรวนของอากาศทำให้เกิดพายุหมุน ที่มีความเร็วและรุนแรงกว่าในอดีตหลายเท่าตัว ขณะที่พบว่าระหว่างปี ค.ศ.1930 -2005 อุณหภูมิสูงขึ้น 0.7 องศาเซลเซียส หากยังเป็นเช่นนี้อีกต่อไป และอุณหภูมิโลกสูงเกินกว่า 2 องศาแล้วจะควบคุมไม่ได้ จะมีผลกระทบอย่างมากทั้งพายุฝนจะแรงขึ้น และน้ำแข็งขั้วโลกละลายซึ่งเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ตื่นตัวในขณะนี้ โดยได้เสนอทางออกคือประชาชนต้องปลูกต้นไม้ รักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม งดการใช้พลังงานสิ้นเปลืองซึ่งเป็นต้นเหตุของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ผศ.ดร.จิรพล สินธุนาวายังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ก็มีข้อมูลแล้วว่าน้ำแข็งจากขั้วโลกละลายมากกว่าปกติเป็นทางน้ำใหญ่ ซึ่งจะทำให้ปริมาตรน้ำแข็งลดลงและน้ำทะเลสูงขึ้น ทั้งนี้จากการคำนวณขององค์การนาซ่าพบว่าหากน้ำแข็งขั้วโลกละลายมากจริงจะเกิดผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติ พื้นที่ที่อยู่ติดทะเลจะจมอยู่ในน้ำ
 
, อ่าน 1196  

 ข่าวโดย   ธนวรรณ ชุมแสง สวท.เชียงใหม่