ผู้เสพสารระเหยในประเทศไทยเป็นอันดับ 2 รองจากยาบ้า ขณะที่เด็กอายุ 15-18 ปีเสพมากที่สุด

  
     ผู้เสพสารระเหยในประเทศไทยเป็นอันดับ 2 รองจากยาบ้า ขณะที่เด็กอายุ 15-18 ปีเสพมากที่สุด ล่าสุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการป้องกันและปราบปราม
นายแพทย์นรังสันต์ พีรกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมความร่วมมือการขายผลิตภัณฑ์สารระเหยที่ฉลากถูกต้องตามกฎหมาย ณ โรงแรมเซ็นทารา ดวงตะวัน จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้เพราะปัญหาการสูดดมกาว ทินเนอร์ หรือแลกเกอร์ซึ่งเป็นสารเสพติดชนิดหนึ่งเป็นปัญหาที่รุนแรงไม่น้อยกว่ายาบ้า หรือสารเสพติดชนิดอื่น อีกทั้งการกำกับดูแลและบำบัดรักษาทำได้ยากกว่า เนื่องจากเสพได้ง่ายกว่า มีพิษทำลายระบบสมอง ระบบสืบพันธุ์ และระบบต่าง ๆ ของร่างกายอย่างถาวร ยากที่จะแก้ไขให้หายเป็นปกติ ทั้งนี้สารระเหยสามารถหาซื้อได้ทั่วไป เช่น น้ำมัน ทินเนอร์ผสมสี แก้สโซลีน และสเปรย์ ขณะที่พบว่าปัจจุบันเด็กหันมานิยมดมไฟแชคด้วย โดยการทำงานแก้ปัญหาต้องเชื่อมโยงกับทุกภาคส่วน บูรณาการทำงานแก้ปัญหาที่นับวันจะทวีความรุนแรง โดยใช้มาตรการทางกฎหมายกับผู้ขาย ผู้จัดหาและผู้เสพอย่างเด็ดขาด
สำหรับข้อมูลของผู้ติดสารระเหยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนประกาศสงครามกับยาเสพติดมีจำนวน 5,132 คน ปี 2547 ลดลงเหลือ 1,902 คน ขณะที่ปี 2549 กลับมีผู้ติดสารระเหยเพิ่มขึ้นเป็น 2,185 คน สามารถจับกุมผู้ติดสารระเหยได้เป็นอันดับ 2 รองจากยาบ้า และพบว่าเด็ก เยาวชนอายุ 15-18 ปี เสพสารระเหยมากที่สุด
 
14 กันยายน 2550 , 15:08 น. , อ่าน 1173  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่