กรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ตรวจสอบสถานการณ์ลำไย

  
     กรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ระบุจะขอคำชี้แจงจาก อคส.และกระทรวงพาณิชย์กรณีต่อให้ อคส.ต่อสัญญากับผู้ประกอบการรายเดิม 9 เดือน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาลำไยปีนี้
นายนพดล พลเสน ประธานคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎรและคณะ ประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาลำไยและกระเทียมภาคเหนือ ปี 2550/2551 และการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตร รวมทั้งการบริการจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ ณ ห้องประชุมสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจลำไยของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรมอบหมาย เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูล สถานการณ์ความเคลื่อนไหวด้านการผลิต การตลาด และราคาลำไยของ 9 จังหวัดที่ปลูกลำไย โดยปีนี้ผลผลิตลำไยมีประมาณ 348,000 ตัน เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วร้อยละ 48 (163,000 ตัน) มีผลผลิตคงค้างเก็บเกี่ยวร้อยละ 52(180,000 ตัน) สถานการณ์ราคาลำไยสด เกรด AA กิโลกรัมละ 25 บาท เกรด A 21 บาท เกรด B 16 บาท เกรดC 11 บาท ลำไยสดคละกิโลกรัมละ 22 บาท ปีนี้ราคาลำไยสูงกว่าปีที่แล้วทุกเกรด เกษตรกรส่วนใหญ่มีความพึงพอใจ ขณะที่ผลผลิตมีน้อยกว่าทุกปี ลำไยสดช่อส่งออกร้อยละ 26 ลำไยสดรูดร่วงส่งโรงอบร้อยละ 61 และลำไยสดจำหน่ายในประเทศร้อยละ 13 ขณะที่ผู้ประกอบการไทยส่อเค้ามีปัญหาเพราะได้รับซื้อลำไยจากเกษตรกรราคาสูง แต่อาจจะได้รับผลกระทบจากการที่ อคส.ต่อสัญญากับผู้ประกอบการรายเดิมอีก 9 เดือน ซึ่งจะส่งผลด้านราคาลำไยที่จะขายของผู้ประกอบการไทยและอาจถูกกดราคาจากพ่อค้าชาวจีน ประธานกรรมมาธิการเกษตรและสหกรณ์จึงเตรียมเชิญ อคส.และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ชี้แจงกรณีดังกล่าว
ประธานกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์กล่าวด้วยว่า จะเสนอให้มีการทำงาน 4 ประสานคือราชการ เอกชน เกษตรกร และพ่อค้า และมีการทำตลาดล่วงหน้าเพื่อวางแผนผลผลิต ไม่ให้ลำไยมีปัญหาเหมือนที่ผ่านมา
 
29 กรกฎาคม 2551 , 11:19 น. , อ่าน 1187  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่