ความท้าทาย 3 ประเด็นหลักที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

  
     ความท้าทาย 3 ประเด็นหลักที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย คือการไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศ ไทยต้องปรับเปลี่ยนให้การใช้จ่ายในประเทศขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทนการส่งออก และต้องพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ
ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ จัดสัมมนาเรื่องการใช้ข้อมูลเครดิตกลาง (Credit Bureau) และการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ณ อาคารเอนกประสงค์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ โดยมีนายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ปาฐกถาเรื่อง การพัฒนาระบบการเงินกับเศรษฐกิจ โดยได้กล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันของวิกฤติการเงินโลก ว่าวิกฤติเศรษฐกิจโลกขณะนี้ยืดเยื้อมาสองปีแล้ว การแก้ปัญหาที่ผ่านมาได้ช่วยให้ภาคการเงินในต่างประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้น ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจในต่างประเทศเริ่มปรับตัวดีขึ้น การฟื้นตัวของประเทศอุตสาหกรรมหลัก โดยเฉพาะประเทศที่เป็นต้นเหตุของวิกฤติ เช่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และประเทศกลุ่มยุโรป จะต้องใช้เวลา เนื่องจากปัญหาเชิงโครงสร้างยังคงมีอยู่ ความท้าทายต่อเศรษฐกิจไทยและการบริหารจัดการมี 3 ประเด็นหลักคือ การไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศ ซึ่งต้องพัฒนาระบบการเงินให้มีความเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพและมีความสามารถในการบริหารความเสี่ยงในระดับที่สูงขึ้น ความจำเป็นที่เศรษฐกิจไทยต้องเปลี่ยนตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากการส่งออกมาเป็นการใช้จ่ายในประเทศ ซึ่งจะต้องพัฒนาระบบการเงินให้มีบทบาทสนับสนุนการใช้จ่ายในประเทศภายใต้การบริหารความเสี่ยงที่ดี และการแข่งขันกับต่างประเทศ ต้องมีการพัฒนาระบบกาเงินที่จะช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันแก่ภาคเอกชนและระบบเศรษฐกิจให้มากขึ้น
สำหรับแผนที่จะนำมาใช้ฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจของไทย เป็นแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่ 2 ซึ่งกำหนดแนวทางสำคัญ 4 ด้าน คือ ลดต้นทุนของระบบการเงินไทย โดยเฉพาะต้นทุนจาก Legacy NPL สร้างประสิทธิภาพของระบบการเงินไทย โดยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขยายขอบเขตธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ลดบทบาทของภาครัฐในธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินเช่น ธุรกิจ Micro Finance พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่สำคัญ เช่น ระบบข้อมูลเครดิต เครื่องมือบริหารความเสี่ยง ระบบกฎหมาย และการพัฒนาบุคลากรทางการเงิน
 
24 สิงหาคม 2552 , 17:07 น. , อ่าน 1173  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่