ประชาชนร้อยละ 79 จะไปเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ โดยร้อยละ 48.7 ใช้นโยบายเป็นเกณฑ์ตัดสิน

  
    แม่โจ้โพลสำรวจพบว่าจะมีผู้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่มากถึงร้อยละ 79 ในขณะที่ร้อยละ 48.7 จะดูที่นโยบายของผู้สมัครเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจเลือก
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (แม่โจ้โพล) ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2552 จำนวน 1,335 คน (ค้าขาย ธุรกิจส่วนตัว 47.2% นศ. แม่บ้าน ผู้สูงอายุ 25.5% ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ 10.6% รับจ้าง 8.9% และอื่นๆ 8.8%) ระหว่างวันที่ 22-25 ก.ย. 2552 สรุปผลได้ดังนี้
ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 93.5% ทราบว่าวันที่ 4 ตุลาคม 2552 เป็นวันเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และ 79.0% คาดว่าจะไปใช้สิทธิ์ เพราะอยากเลือกผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ มีภาวะผู้นำ มาแก้ไขปัญหาเมืองเชียงใหม่ที่วิกฤตในปัจจุบัน แต่ 21.0% อาจไม่ไปใช้สิทธิ์เพราะมีภารกิจ ติดงานหรืออยู่นอกพื้นที่
ผู้ใช้สิทธิ์ 57.2% ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ส่วน 42.8% ได้ตัดสินใจแล้ว โดยผู้ใช้สิทธิ์ 32.2% คาดหวังว่า นายกเทศมนตรีจะต้องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของเชียงใหม่ 26.5% คาดหวังให้แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม มลภาวะ ปัญหาการขยายถนนตามผังเมืองใหม่ 18.1% ต้องการแก้ไขปัญหาทุกๆด้านที่เชียงใหม่กำลังเผชิญอยู่ 10.0% อยากให้นายกเทศมนตรีทำตามสัญญาที่ใช้เป็นนโยบายการหาเสียงและ12.4% ไม่มีความคาดหวังใดๆ
สำหรับปัญหาเร่งด่วนที่ชาวเชียงใหม่ต้องการแก้ไขได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจ รายได้ การว่างงาน การท่องเที่ยวที่ซบเซา (46.1%) ปัญหาสิ่งแวดล้อม มลภาวะ การจราจร (33.7%) การเลือนหายไปของวัฒนธรรมพื้นเมือง ความขัดแย้งของคนในสังคม (6.4%) ความปลอดภัยทางด้านอาชญากรรม ยาเสพติด ปัญหาแรงงานต่างด้าว (5.5%) โดย 8.3% ไม่มีความคิดเห็น
ทางด้านเกณฑ์ที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกนายกเทศมนตรีได้แก่ นโยบายที่นำเสนอ (48.7%) ผลงานที่ผ่านมา ประสบการณ์การทำงาน (20.8%) ข้อมูลพื้นฐานส่วนบุคคล (14.7%) พรรคการเมืองหรือกลุ่มที่สังกัด (7.2%) และ 8.6%ไม่แสดงความคิดเห็น
 
27 กันยายน 2552 , 21:05 น. , อ่าน 1199  

 ข่าวโดย   พยนต์ ยศสุพรหม สวท. เชียงใหม่