แม่โจ้โพลล์สำรวจพบเยาวชนร้อยละ 81 สนใจเฝ้าติดตามข่าวด้านการเมืองอยู่ตลอดเวลา

  
     แม่โจ้โพลล์สำรวจพบเยาวชนร้อยละ 81 สนใจเฝ้าติดตามข่าวด้านการเมืองอยู่ตลอดเวลา โดยร้อยละ 63 เห็นว่าการดำเนินการแผนปรองดองแห่งชาติในครั้งนี้จะไม่สำเร็จ
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตรโดยแม่โจ้โพลล์ สำรวจความคิดเห็นของเยาวชนทั่วประเทศ จำนวน 741 รายในประเด็นความคิดเห็นต่อการดำเนินการแผนปรองดองแห่งชาติ พบว่าร้อยละ 81 สนใจติดตามข่าวด้านการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยของเยาวชน ขณะที่ร้อยละ 19 ไม่ได้ติดตาม โดยร้อยละ 58 เห็นว่าปัญหาเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไข คือปัญหาการแตกแยกทางความคิดทางการเมือง การชุมนุมประท้วงต่อต้านต่าง ๆ ขณะที่ร้อยละ 11 เห็นว่าปัญหาเศรษฐกิจการว่างงานและภาระหนี้ของประเทศต้องเร่งแก้ไข ขณะที่ร้อยละ 9 เห็นว่าปัญหาการไม่เท่าเทียมกันของคนในสังคม เช่น การบังคับใช้กฎหมาย การเลือกปฏิบัติ 9 รองลงมาคือปัญหาเกี่ยวกับเยาวชน การทะเลาะวิวาท การขาดโอกาสทางการศึกษา
ผู้ตอบร้อยละ 57 ตอบว่าการปกครองของรัฐบาลปัจจุบันมีความเป็นประชาธิปไตย จากนโยบายปรองดองที่เปิดโอกาสให้หลายฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นและยังมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ขณะที่ร้อยละ 42 เห็นว่าไม่มี เนื่องจากสังคมไทยในปัจจุบันยังมีความแตกแยกกันอยู่ มีความพยายามเอาชนะฝ่ายตรงข้าง ไม่เคารพความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่และการซื้อสิทธิ์ขายเสียง
ผู้ตอบร้อยละ 66 ทราบข่าวการดำเนินการแผนปรองดองแห่งชาติของทางรัฐบาลขณะที่ร้อยละ 34 ไม่ทราบ โดยร้อยละ 63 ตอบว่าแผนปรองดองแห่งชาติครั้งนี้จะไม่สำเร็จ เนื่องจากสังคมยังมีความแตกแยก ไม่เคารพความคิดเห็นส่วนใหญ่ของคนในสังคมและประชาชนในบางกลุ่มก็ไม่ให้ความร่วมมือและพยายามสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคมอยู่ ขณะที่ร้อยละ 36 ตอบว่าสำเร็จ ประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมต่างให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความแตกแยกทางการเมืองและคนไทยทุกคนก็อยากเห็นประเทศไทยชาติสงบสุข โดยร้อยละ 92 เห็นว่าเยาวชนควรมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในแผนปรองดองแห่งชาติ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมควรมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและเป็นกำลังสำคัญที่จะ ช่วยพัฒนาประเทศชาติในอนาคตต่อไป ขณะที่ร้อยละ 8 เห็นว่าไม่ควรมีส่วนร่วม ผู้ตอบแบบสอบถามได้เสนอว่าการจะทำให้แผนปรองดองแห่งชาติสำเร็จได้ ทุกฝ่ายควรหันหน้าเข้ามาพูดคุยกันด้วยเหตุผล โดยเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศมากกว่าประโยชน์ส่วนตนและสร้างความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นโดยเร็ว มากที่สุด รองลงมาคือรัฐบาลควรมีความเป็นกลาง ไม่เลือกปฏิบัติ สร้างความเสมอภาคให้เกิดขึ้นในสังคมและใช้ความอดทนในการดำเนินแผนปรองดองแห่งชาติให้สำเร็จต่อไป และยุบสภาและให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ ตามลำดับ
 
2 ตุลาคม 2553 , 17:54 น. , อ่าน 1175  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่