หากภาครัฐใช้นโยบายควบคุมราคาเกินพอดี จะกลายเป็นการชะลอการปรับตัวของเศรษฐกิจจนสร้างปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว

  
     ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยระบุ หากภาครัฐใช้นโยบายควบคุมราคาเกินพอดี จะกลายเป็นการชะลอการปรับตัวของเศรษฐกิจจนสร้างปัญหาเชิงโครงสร้างให้ประเทศในระยะยาว
ดร.ประสาน ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยกล่าวถึงปัญหาเศรษฐกิจที่ธุรกิจในภาคเหนือกำลังประสบอยู่ในปัจจุบันว่า ภาคเหนือนับว่ามีศักยภาพอยู่มาก จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ยังเติบโต ความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์และความเชื่อมโยงด้านการค้ากับผู้ประกอบการประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนด้านความท้าทายพบว่ามีปัญหาหลัก 3 ด้าน ที่ผู้ประกอบการมีความกังวล คือ ปัญหาความไม่เพียงพอของสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่ส่งผลต่อสภาพคล่อง ปัญหาราคาต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมันและราคมสินค้าโภคภัณฑ์และปัญหาการขาดแคลนตลาดแรงงาน ปัญหาความไม่เพียงพอของสินเชื่อนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจะดูแลให้กระบวนการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์โดยรวม มีความเหมาะสมต่อภาวะเศรษฐกิจ ทั่วถึงและเป็นธรรมต่อธุรกิจและประชาชน สอดคล้องกับการรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบสถาบันการเงินควบคู่กันไป ส่วนปัญหาราคาต้นทุนแพงนั้น เป็นปัญหาในภาพรวมทั้งระดับประเทศและระดับโลก ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอกประเทศที่เหนือการควบคุม การใช้นโยบายการเงินเพื่อลดความร้อนแรงของอุปสงค์และควบคุมเงินเฟ้อเพื่อป้องกันไม่ให้ต้นทุนของสินค้าบางประเภทนำไปสู่การปรับตัวของสินค้าอื่น ๆ ด้วย มาตรการแก้ปัญหาของภาครัฐในเรื่องการควบคุมราคา เป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้นและเป็นภาระสูงต่องบประมาณ และยังเป็นอันตราย หากใช้นโยบายควบคุมราคาเกินพอดี จะกลายเป็นการชะลอการปรับตัวจนสร้างปัญหาเชิงโครงสร้างให้ประเทศในระยะยาว ทางออกที่ยั่งยืนและดีที่สุดคือเอกชนต้องปรับตัวพัฒนาประสิทธิภาพและลดต้นทุนด้านอื่น ๆ ไว้รองรับ
ส่วนปัญหาการขาดแคลนแรงงานนั้น ระยะสั้นอาจะพึ่งแรงงานต่างด้าว ซึ่งในอนาคตปัญหาอาจทวีความรุนแรงมากขึ้น จากโครงสร้างประชากรในวัยแรงงานที่มีแนวโน้มลดลงในอนาคต ทางออกที่ดีที่สุด คือ การเร่งปรับกระบวนการผลิตที่พึ่งเครื่องจักรและแรงงานที่มีคุณภาพสูงมากยิ่งขึ้น
 
2 มีนาคม 2554 , 18:05 น. , อ่าน 1203  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ – ชมพูนุท สวท.เชียงใหม่