เตรียมแจ้งความดำเนินคดีสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองเชียงใหม่ กรณีถมดินและหินรุกล้ำลำน้ำปิง

  
     สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 1 เชียงใหม่เตรียมแจ้งความดำเนินคดีสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองเชียงใหม่ กรณีถมดินและหินรุกล้ำลำน้ำปิง บริเวณย่านป่าแดด ใกล้โบราณสถานเวียงกุมกาม
จากกรณีที่มีชาวบ้านย่านเวียงกุมกาม อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ร้องเรียนเรื่องการดำเนินการถมดินและหินขนาดใหญ่แนวริมตลิ่งแม่น้ำปิง บริเวณย่านป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ตามโครงการจัดสร้างจัดสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม กลางลำน้ำปิง ส่งผลให้แม่น้ำปิงยิ่งแคบลงไปอีก โดยเฉพาะพื้นที่เลยสะพานป่าแดด ด้านตรงข้ามกับวัดเจดีย์เหลี่ยม เขตพื้นที่โบราณสถานเวียงกุมกามมีการสร้างพนังดินและหิน อีกทั้งก่อกำแพงคอนกรีตตลอดแนว ซึ่งหากถึงฤดูน้ำหลาก ก็จะส่งให้น้ำเปลี่ยนทิศทางการไหล กัดเซาะตลิ่งพังในฝั่งตรงข้าม ซึ่งจะกระทบกับประชาชนในชุมชนและโบราณสถานเวียงกุมกาม ล่าสุดนายอภิสิทธิ์ คำภิโร หัวหน้าสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 1 เชียงใหม่กล่าวว่า หลังจากส่งเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจแล้ว สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 1 เชียงใหม่ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ให้ระงับการก่อสร้าง และรายงานให้กรมเจ้าท่ารับทราบเรื่องและจะแจ้งความดำเนินคดีกับสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ กรณีสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำโดยไม่ขออนุญาต และสั่งรื้อถอน โดยจะนำเรื่องดังกล่าวหารืออธิบดีกรมเจ้าท่าก่อนดำเนินการใด ๆ เนื่องจากเป็นในลักษณะหน่วยงานรัฐต่อหน่วยงานรัฐซึ่งต้องดำเนินการอย่างรัดกุมที่สุด
เมื่อประมาณปี 2548 ได้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากนั้นรัฐบาลได้มอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ วางมาตรการแก้ปัญหา จึงได้เกิดโครงการขุดลอกลำน้ำปิง โครงการสร้างประตูระบายน้ำ โครงการสร้างเขื่อนกลางลำน้ำ ซึ่งมีหน่วยงานรับผิดชอบที่แตกต่างกันไป โดยหลัก ๆ คือ จะต้องขยายความกว้างของลำน้ำปิงเป็น 90 เมตรเพื่อให้น้ำไหลสะดวก ระยะทาง 20 กิโลเมตร โดยจุดดังกล่าวเป็น 1 ใน 7 จุดวิกฤติที่แม่น้ำปิงความแคบ และตื้นเขิน กรมเจ้าท่าดำเนินการขุดลอกขยายความกว้างของลำน้ำ ขณะที่กรมโยธาธิการและผังเมืองกลับถมดินและหินรุกล้ำแนวตลิ่ง จึงได้เกิดปัญหาดังกล่าว
 
3 มีนาคม 2554 , 20:34 น. , อ่าน 1210  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่