ขอเชิญร่วมตอบคำถาม

- - - ตึง ฮัก ตึง หุม - - -




๑. กามตัณหา คือ ความอยากหรือไม่อยาก ใน สัมผัสทั้ง ๕
๒. ภวตัณหา คือ ความอยากทางจิตใจ เมื่อได้สิ่งนั้นมาแล้ว ไม่ต้องการให้มันเปลี่ยนแปลง
๓. วิภวตัณหา คือ ความไม่อยากทางจิต ความอยากดับสูญ
ควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละตัณหา ๓ อย่างนี้

กิเลส ๑๐ ได้แก่ โลภะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อหิริกะ อโนตตัปปะ อุทธัจจะและถีนะ
ในปรมัตถธรรมทั้ง ๔ เว้นนิพพาน คงนับจิตทั้งหมดเป็น ๑
เจตสิก ๕๒ นับทั้ง ๕๒
รูป ๒๘ นับเพียง ๒๒ รูป คือ นิปผันนรูป ๑๘ กับลักษณะรูป ๔
รวมนับจิต ๑ รวมกับเจตสิก ๕๒ รูป ๒๒ เป็น ๗๕
ส่วนกิเลส ๑๐ นั้นมีทั้งที่เกิดขึ้นใน+++ของตนเองและใน+++ของคนอื่น กิเลส ๑๐ คูณด้วยสภาวะธรรม ๗๕ เป็น ๗๕๐ เกิดขึ้นใน+++ของตนเอง ๗๕๐ เกิดขึ้นใน+++ ของคนอื่นอีก ๗๕๐ จึงรวมเป็นกิเลส ๑๕๐๐

ขออธิบายเพิ่มเติมว่า กิเลส ๑๐ ยึดถือสภาวะธรรม ๗๕ นี้เป็นอารมณ์ กิเลส ๑๐ คูณด้วยอารมณ์ ๗๕ เป็น ๗๕๐ คูณด้วยภายในภายนอก ๒ จึงเป็น ๑๕๐๐

คราวนี้เป็นการนับตัณหา ๑๐๘
ตัณหานั้นท่านจัดไว้ตามธรรมดาเป็น ๓ คือกามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ตัณหา ๓ นี้ เกิดขึ้นเพราะอาศัยอารมณ์ ๖ คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธัมมารมณ์ ๓ คูณด้วย ๖ จึงเป็น ๑๘ ตัณหา ๑๘ นี้เกิดขึ้นได้ในกาล ๓ คือ อดีต ๑๘ ปัจจุบัน ๑๘ รวมเป็น ๕๔
ตัณหา ๕๔ นี้เกิดขึ้นภายในตน ๑ ภายนอกตน ๑ จึงเป็นตัณหาภายใน ๕๔ ภายนอก ๕๔
๕๔ รวมกับ ๕๔ เป็นตัณหา ๑๐๘

สรุปว่าตัณหา ๓ คูณด้วยอารมณ์ ๖ คูณด้วยกาล ๓ เป็น ๕๔ คูณด้วยภายใน ภายนอก ๒ จึงเป็น ๑๐๘


ดีเจ--โอ้-รัก-นะ 202.129.35.13 [ 13 ก.พ. 2552 เวลา 21:23 น. ]



 
ขอเชิญร่วมตอบคำถาม
 
ความคิดเห็น
โดย
E-mail
ส่งไฟล์ภาพ (ขนาดไม่เกิน 600 pixels, 200 Kb)
แทรกลิงค์ URL แทรกรูป ย่อหน้า ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา


คลิกที่รูป เพื่อแทรกรูปลงในข้อความ
 
 รหัส Post : 
 
 
 

[ ปิดหน้าต่างนี้ ]

[ เข้าหน้าหลักเว็บบอร์ด ]